เมื่อหมดไฟในการทำงาน

บางช่วงเวลาในชีวิตการทำงาน  บางครั้งคนทำงานอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็เกิดอาการแบตอ่อน  แบตเสื่อมเป็นธรรมดาบุคคล  โดยปกติแล้ว อาการ paแบตเสื่อม จนไฟตกของท่าน ๆ ทั้งหลายเกิดขึ้นตอนไหนบ้างคะ  เคยลองสำรวจตัวเองดูไหม เมื่อท่านรู้สึกหมดไฟในการทำงานท่านมีอาการเป็นอย่างไร และสาเหตุใดที่ทำให้ท่านไฟอ่อน หรือหมดไฟได้มากที่สุด

ความสุขไม่มาซ้ำ  ความทุกข์ไม่มาเดี่ยว เป็นภาษิตที่ใช้ได้อย่างยิ่งเวลาทดท้อและหมดไฟ  เพราะเหมือนกับว่าทำอะไรก็ผิด  แม้แต่หายใจยังผิด  การทำงานติดขัดไปหมด  แก้ไขไม่สำเร็จ  ควบคุมงานไม่ได้ ส่งผลให้รู้สึกว่าเราล้มเหลว  โมโหตัวเอง และหงุดหงิดกับสิ่งรอบข้างไปเสียทุกอย่าง (โหมดพาล) สำหรับผู้เขียนแล้ว อาการหมดไฟ จะเริ่มด้วยรู้สึกอ่อนล้า ไร้แรง  ไม่อยากทำงานเดิม ๆ ที่ทำอยู่ทั้ง ๆ ที่เคยสนุกกับมัน  รู้สึกว่าตัวเองกินลูกท้อเข้าไปหลายลูก และอาการที่ว่าจะเกิดหลังจากทุ่มเททำงานแล้วไม่เห็นผล ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้หลาย ๆ ครั้งติด ๆ กัน  จนแรงฮึด แรงอึดมันหดหาย พาลเบื่อหน่ายไม่อยากมาทำงาน  ประมาณเด็กไม่อยากไปโรงเรียนกันเลยทีเดียว

อาการไฟตก  หมดไฟนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน  แต่อาการของโรคที่ออกแนวเรื้อรัง  หากไม่รีบรักษาก็จะยิ่งเป็นหนักขึ้น ๆ ฉะนั้นจึงควรหาทางป้องกันและดูแลไม่ให้เกิดอาการหมดไฟ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้ว  ท่านจะต้องควบคุมและจัดการกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลอื่น  พยายามคิดให้นานกว่าเดิม  พยายามกรองเอาความรู้สึกและอารมณ์ที่เป็นพิษออก  ก่อนที่จะทำการตัดสินใจเรื่องใด  หรือกระทำการใด ๆ กรุณาระลึกไว้เสมอว่าสิ่งที่ท่านกระทำไปแล้วนั้นไม่สามารถย้อนเวลาเพื่อตัดสินใจกระทำใหม่ได้

เมื่ออาการหมดไฟเกิดขึ้น  ให้ท่านถอยออกมาสักก้าวหนึ่ง  เพื่อทบทวนตนเองว่า  ท่านกำลังเดินไปตามเป้าหมายของชีวิต ตามที่ได้วางแผนไว้หรือไม่  งานที่ท่านกำลังทำอยู่เป็นหนทางไปสู่เป้าหมายชีวิตของท่านหรือเปล่า  ถ้าไม่ใช่ก็ทบทวนอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายชีวิตที่ตนเองกำหนดไว้   หากสิ่งที่ทำอยู่ยังตอบสนองต่อเป้าหมายของท่าน แต่มันไกลจนท้อ  ท่านลองกำหนดเป้าหมายระยะสั้นเพิ่มเติม  เพื่อให้มองเห็นผลงานอย่างเป็นรูปธรรม  เป็นการสร้างกำลังใจให้กับตนเองได้  เนื่องจากว่าผู้ที่หมดไฟในการทำงานไม่น้อยที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตเมื่อสอบถามก็ทราบว่า เมื่อไม่มีเป้าหมายจึงไม่สามารถวัดหรือประเมินคุณค่าของตนเองผ่านการทำงานและการดำเนินชีวิตได้  จึงมองไม่เห็นทางเดินของชีวิต ท้อถอยง่ายกว่าผู้ที่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต

การมองไปข้างหน้าจะทำให้ท่านสร้างคุณค่าให้ตนเองและรักษาไฟในการทำงานไว้ได้   ถึงแม้สภาพแวดล้อมจะมีปัญหา  ให้คำนึงถึงเป้าหมายในชีวิตของตนเองเข้าไว้   หามุมที่ทำให้เราเห็นผลลัพธ์ที่ดีจากการทำงาน  สิ่งเหล่านี้จะทำให้พลังในการทำงานของท่านไม่มอดไหม้โดยง่าย  
 
นอกจากการกำหนดและตั้งมั่นกับเป้าหมายของชีวิตแล้ว  การผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่าง ๆ ก็ช่วยให้ท่านมีไฟในการทำงานอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน  เช่น การออกกำลังที่ชอบกับเพื่อนฝูงที่ถูกคอ  การนัดสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ    หรือการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม  ที่ทำงานของผู้เขียน  มีบรรดาพนักงานสาว ๆ ที่ต้องรอสามีมารับ  รอลูกเลิกเรียนพิเศษ รวมตัวกัน พับริบบิ้นทำเป็นเหรียญโปรยทาน  และเมื่อมีงานบุญหรืองานใด ๆ ที่ต้องใช้เหรียญโปรยทาน  สาว ๆ กลุ่มนี้ก็จะนำไปช่วยงานโดยไม่คิดมูลค่า  แต่กิจกรรมนี้ ยิ่งทำยิ่งได้ค่ะ เพราะ ผู้รับก็จะนำริบบิ้นและเหรียญมาร่วมทำบุญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีสมาชิกช่วยทำเหรียญฯ หลายคนทีเดียว เป็นกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง  หากเพื่อนร่วมงานของท่านหมดไฟในการทำงาน ท่านสามารถช่วยเหลือได้ด้วยการพูดคุยกับเขาอย่างเป็นมิตรและพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อหาแนวทางในการกระตุ้น  จุดไฟของเพื่อนขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ

อย่าเพราะความท้อแท้จึงแพ้พ่าย  แม้เหน็ดหน่ายเหนื่อยหนักจงพักเสีย
ตราบเมื่อกายและใจหายอ่อนเพลีย  สูงก็เตี้ยไกลก็ใกล้ใช่ยากเย็น

S Office, S Magazine Issue 70

by @supamas

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top