ดำนา

สร้างภาพ “ทำนา” กันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 เช่นกัน หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 แต่พรรคนั้น เบอร์ 10

นางสาวยิ่งลักษณ์ สดใส นั่งบนทั้งรถอีแต๋นและควายเหล็ก โดยมี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตนกข่าวผันตัวเป็นนักการเมืองเป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะทั้งสองให้ มองแว็บๆนึกว่าโฆษณา “ล้อเลียน” หนัง “มนต์รักลูกทุ่ง” สมบทบาททั้งคู่ รายงานข่าวไม่บอกเสียด้วยว่า เป็นครั้งแรกของ เธอหรือไม่ที่ต้องมาตรากตรำกลางแดดเช่นนี้ ..อิอิ

แต่สำหรับ นายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอน ซึ่งก็ไม่ใช่เพราะเป็นลูกชาวนา แต่เป็นนักการเมืองมาหลายสมัย เป็นหัวหน้าพรรคมานาน และนายกรัฐมนตรีถึงสองปี กิจกรรมหาเสียงอย่างนี้ทำมาแล้วบ่อยครั้ง อาการเขินๆที่เคยเห็นหายหมดแล้ว คล่องแคล่วเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง แต่ไม่รู้จะรอดได้เป็น “นายกฯ” อีกสมัยหรือไม่ (ฮา)

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นปรากฏการณ์ช่วงเลือกตั้ง ที่เป็น “สีสัน” ที่ภาษาการเมืองในสหรัฐอเมริกาเขาเรียกกันว่า “Photo-op” ย่อมาจาก “Photo opportunity” หรือโอกาสที่จะทำตัวให้เป็นข่าว และได้ภาพข่าวในข่าวค่ำคืนนี้หรือหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ตลอด คนดูพลอยได้สรวลเสเฮฮา (หากรักและชอบ) หรือเบือนหน้าหนีจากจอพร้อมคำผรุสวาททำนองว่า “สร้างภาพ” (หากไม่รักไม่ชอบ)

และกิจกรรมบางอย่างเช่นการลงไปดำนา หว่านข้าว นั่งรถอีแต๋น ฯลฯ ยังเป็นการส่งความหมายว่า “ฉันติดดิน ฉันเข้าใจ” และที่สำคัญคือ “ฉันจริงใจ” ทั้งๆที่ก็รู้กันอยู่ว่า การทำสิ่งเหล่านี้ได้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์หรือการรับประกันเลยว่า เมื่อเข้าไปดำรงตำแหน่งแล้วจะทำได้ หรือจะ “ติดดิน” ด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ความจริงใจของนักการเมือง ประชาชนก็อาจผิดหวังได้ ดังเช่นที่พูดกันทีเล่นทีจริงว่า ยามเลือกตั้งนักการเมืองกราบไหว้ประชาชน พอเลือกตั้งเสร็จประชาชนกราบไหว้นักการเมือง!?!

แต่ถือว่า “อนุโลม” กันไปนะครับ เรียกว่าดูกันเพลินๆก็สนุกดี ในยุคสื่อสารมวลชนเช่นนี้ การมีภาพปรากฏทางโทรทัศน์เป็นความจำเป็น เพราะเวลาน้อยไม่สามารถพบทุกคนได้ ใครนั่งอยู่ในบ้านหน้าจอโทรทัศน์ อาจเกิดความประทับใจพอที่จะไปหย่อนบัตรให้ได้ ใครจะไปรู้??

และในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ โดยเฉพาะแบบ “ไทยๆ” อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ปัจจุบัน เวลาปราศรัยหาเสียง การให้สัมภาษณ์ หรือแม้แต่ “ดีเบต” ที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องหนักหนา และสื่อมวลชนหรือองค์กรที่จัดคิดว่าจะทำให้ได้คำตอบ มีการเปรียบเทียบ ทั้งเป็นตัวชี้วัดว่าคนเหล่านี้จะทำงานบริหารประเทศได้นั้น ก็ไม่เป็นจริงเสมอไป ที่พูดเก่งๆทำงานแล้ว “แป้ก” ก็มีถมไป ไม่พูดไม่จาทำงานแล้ว “บื้อ” ก็มีเช่นกัน ดังนั้นการพูดเก่งหน้าจอ การปราศรัยสัญญาโน่นนี่ หรือสัมภาษณ์มีปฏิภาณไหวพริบ ทำให้คนทำ “อึ้ง” ไปได้ ใช่ว่าจะรับประกันอะไร

แต่ทั้งหมดก็ดีกว่าไม่เห็นไม่รู้อะไรเลย วันดีคืนดีก็มีการสั่งเคลื่อนรถถังมาคุมพื้นที่ แล้วป่าวประกาศบอกว่าจะเอา “นายพลคนนี้” หรือ “นายคนนั้น” มาเป็น “นายกรัฐมนตรี”!!

ขณะเดียวกัน “โพลล์” ต่างๆก็ตะบี้ตะบันทำกันไป ถามตามใจฉัน พยายามวัด และบางสำนักแถมข้อวิเคราะห์ “ชี้นำ” พาดหัวให้สื่อมวลชนเสร็จสรรพ ซึ่งก็แปลกเพราะสำนักโพลล์ควรที่จะให้ข้อมูลที่พบ บอกกล่าวข้อสมมติฐานต่างๆให้ชัด ทั้งควรเปิดตัวแบบสอบถามให้เห็นกันด้วย เป็นการยืนยันว่า “ไม่ลำเอียง” ช่วยกนตรวจสอบช่วยกันพัฒนา และให้ผู้ที่รับผลการสำรวจ เช่นสื่อ และนกวิเคราะห์การเมืองเขามา “ตีความ” กัน
โดยคนดูหรืออ่านจะเป็นผู้คิดพิจารณาด้วยตนเอง และตัดสินใจว่าจะเชื่อใคร

ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าที่ทำกันอยู่ “ไม่ดี” เพราะผมก็เคยเป็นนักการเมืองและวันนี้นั่งอยู่อีกฝากฝั่ง เพียงแต่รู้สึกว่า “ไม่พอ” พรรคการเมืองไม่อธิบาย พิมพ์เอกสารเป็นรูปเล่มแจกจ่ายเหมือนเมื่อก่อน ผมจำได้ว่าพรรคไทยรักไทยทำเอกสารเผยแพร่เยอะมาก มีรายละเอียดครบที่มาที่ไปของนโยบายต่างๆ

สื่อมวลชน นักวิเคราะห์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางทีไม่อยากพูดมาก เกรงใจบ้าง ไม่อยากไปขัดบ้าง เพราะเดี๋ยวเกิดมีอำนาจขึ้นมาจะไม่ได้งาน ข้อมูลต่างๆจึงไม่ถึงผู้ลงคะแนนเสียงเพียงพอ

เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ย่อมว่ากันไม่ได้ว่า เลือกเพราะหล่อเพราะสวย!!

 
บทความ ซอยสวัสดี หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน วันที่ 5 มิถุนายน 2554
 

 

โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

 

Related posts:

  1. ดีเบต จำได้ว่าเลือกตั้งทีไรต้องลงมือเขียนเรื่อง “ดีเบต” หรือ การ “โต้วาที” ของผู้สมัคร อันเป็นการผสมผสานการ “แสดงวิสัยทัศน์” กับการ “ตอบคำถาม” โดยประจันหน้าให้ผู้ชมเปรียบเทียบกันจะๆ...
  2. หาเสียงออนไลน์ มีคนที่ไหน นักการเมืองย่อมไปที่นั่น (ช่วงหาเสียง) และเมื่อสังคมออน์ไลน์ ไม่ว่า “ทวิตเตอร์” หรือ “เฟสบุ๊ค” มีคนนับล้าน มีหรือที่นักหาเสียงจะไม่เข้าไปขอคะแนน!!...
  3. “แดง” หาเสียง วันก่อนในเวทีสัมมนา มีคนถามผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการที่มีแกนนำ “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” หรือ “นปช.” อยู่ในรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่อของ พรรคเพื่อไทย ถึง 22...
  4. ไม่มีเลือกตั้งบ้านเมืองมีปัญหาแน่ (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 27 มีนาคม 2554) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง...
  5. ‘ณัฐวุฒิ-จตุพร’ ผงาดผลงานเข้าตาเพื่อไทย ‘อุบกันจนนาทีสุดท้าย“ ไม่ใช่เฉพาะพรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชา ธิปัตย์ เท่านั้น พรรคขนาดกลางอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ก็ไม่เปิดโผต่อสาธารณะ     เชื่อว่าหลังการสมัครรับเลือกตั้ง...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top