พูดแล้วทำ?

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ย่อมมีคำสัญญามากมายจากพรรคการเมืองและนักการเมือง ไม่ว่าจะผ่านจอโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ เว็บไซด์ ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก รวมทั้งป้ายโฆษณาตามข้างทางที่ระเกะระกะไปหมด ในขณะที่ “คอการเมือง” และมิตรรักแฟนพันธุ์แท้ทั้งหลายก็ลงทุนไปฟังปราศรัยหาเสียง ได้เห็นตัวเป็นๆและฟังคำสัญญากันจะจะ

ทั้งหมดด้วยความหวังลึกๆว่า ความฝันที่นักการเมืองเหล่านั้นให้คำมั่นไว้ จะได้รับมาแบบจับต้องได้ทันทีเมื่อเขาเหล่านั้นเข้าสู่ตำแหน่งและอำนาจ

แต่จะมีนักการเมืองสักกี่คนที่ทำตามคำมั่นสัญญาได้จริง??

ที่ผ่านมาในอดีต เมื่อได้รับเลือกกันเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว กำลังส่วนใหญ่จะทุ่มกันไปที่การคัดเลือก “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” และ “นายกรัฐมนตรี” ประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร อันถือเป็นจุด “สตารท์” ของการขับเคลื่อนกลไกรัฐเข้าสู่การทำงาน และผลักดันนโยบายต่างๆ

และจะต้องเสียเวลาพอควรในการ “ต่อรอง” และ “แย่งชิง” ตำแหน่งรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆไล่เรียงกันลงมา ส่วนในซีกสภาฯนั้นเป็นเรื่องการจัดสรรตำแหน่งในคณะกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งในทั้งสองอำนาจนั้นกว่าจะลงตัวจริงๆก็คงล่วงเข้าเดือนที่สามที่สี่หลังผลการเลือกตั้งประกาศเป็นทางการ

ด้านนโยบาย หากเป็นรัฐบาลพรรคเดียว หรือเสียงส่วนใหญ่อยู่ที่พรรคใดพรรคหนึ่งก็จะง่ายขึ้น เพราะใช้นโยบายพรรคแกนนำเป็นหลัก อย่างพรรคไทยรักไทยที่ชนะการเลือกตั้ง ปี 2544 และ 2548 นั้น สิ่งที่ต้องทำการต่อรองจะเป็นกับกระทรวงททบวงกรมคือฝ่ายข้าราชการประจำมากกว่าฝ่ายการเมืองด้วยกัน

หากเป็นหลายพรรคก็ต้องต่อรองกันหน่อย และอาจผูกพันไปถึงตำแหน่งต่างๆ เพราะพรรคที่ได้คะแนนรองต้องพยายามชี้ให้เห็นว่าประชาชนเลือกตนมาให้ทำงานด้านที่เป็นนโยบายหลักของพรรค ฉะนั้นการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีก็ควรได้กระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องด้วย

และที่สำคัญจะผูกไปถึงการจัดสรรงบประมาณประจำปี ส่าวนเรื่องการเขียนนโยบายเป็ยนรูปเล่มเดียวกัน ไม่ข้อความครบถ้วนไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่เขียนแบบ “ครอบจักรวาล” ใครอยากหยิบใช้ตรงไหน เรื่องใด มีให้อ้างอิงได้หมด อันมีสาเหตุพื้นฐานจากการที่พรรคการเมืองไทย ไม่ได้มีข้อแตกต่างเชิงอุดมการณ์อย่างในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก

เพราะไทยๆเรา ทุนนิยมเสรี ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้าอยู่แล้ว สบายๆ!!

ความได้เปรียบของรัฐบาลพรรคเดียวหรือมีพรรคใหญ่พรรคเดียวอีกประการ คือ การต่อรองตำแหน่งจะเป็นเรื่อง “ภายใน” ไม่ต้องพะวงกับการต่อรองข้ามพรรค และทำให้การจัด “ทีมงาน” เป็นคนที่เข้าใจกัน สั่งการกัน และประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า หากมาจากคนละพรรค มีแนวความคิดคนละทิศละทาง

ตัวอย่าง “ทีมเศรษฐกิจ” ที่ “ไม่เป็นทีม” อย่างของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเห็นว่าเมื่อต่างคนต่างมา การรวมตัวไม่มีใครยอมใครจริง แบ่งโควตาตำแหน่งเรียบร้อย ต่างก็ “ทำมาหากิน” เอ้ย… “ทำงาน” ใน “อาณาจักร” ของตนอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร และยิ่งเมื่อ “ภาวะผู้นำ” อ่อนแอ จะด้วยบุคลิกหรือวิธีการขึ้นสู่อำนาจก็ตาม ย่อมทำให้การขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกันได้ยาก

ที่ผ่านมาจะ 99 วัน 6 เดือน หรือ 2 ปีแล้ว จึงทำได้แต่ “โฆษณา” แม้ไม่เป็นจริงตามที่สัญญาไว้ ซึ่งหากจะบอกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ทำงานเลย ก็จะไม่เป็นธรรม แต่เพราะทำงานไม่เป็น บริหารไม่ได้ สัญญาที่ให้ไว้ตอนเลือกตั้งจึงไม่บรรลุเป้าที่ตั้งไว้ ถึงจะพยายามอธิบายว่าทำโน่นทำนี่แล้วก็ตามเป็นบัญชีหางว่าว

แตกต่างกันกับภาพลักษณ์ที่เชื่อกันว่าอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคไทยรักไทย (เดิม) ซึ่งวันนี้กลายเป็นพรรคเพื่อไทย ทำงานได้จริง แถมเป็น “ต้นตำรับ” ของประชานิยม เมื่อหาเสียงเรื่องนโยบาย จึงได้เปรียบ มีเครดิตว่า “ทำได้” เป็นทุนเดิม

เมื่อ “ประชาชน” มี “ความรู้สึก” ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นักการเมืองในซีกรัฐบาล นายกฯ หรือรัฐมนตรีอาจจะคิดว่าตนทำงานเหนื่อย แต่จะเหนื่อยสักเท่าใด อย่างที่เขาว่ากัน คือ การเมืองเป็นเรื่องมุมมอง (Politics is Perception) เมื่อติดตาติดใจไปแล้วว่า “ดีแต่พูด” ก็แก้ภาพลักษณ์ยาก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเข้าใจการเมืองทำนองนี้ดี

เก่งเรื่อง “ทาสี” คนอื่นอยู่แล้ว เมื่อโดนเองย่อมเห็นสัจธรรม!!

บทความ ซอยสวัสดี หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2554

โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

 

Related posts:

  1. ดีเบต จำได้ว่าเลือกตั้งทีไรต้องลงมือเขียนเรื่อง “ดีเบต” หรือ การ “โต้วาที” ของผู้สมัคร อันเป็นการผสมผสานการ “แสดงวิสัยทัศน์” กับการ “ตอบคำถาม” โดยประจันหน้าให้ผู้ชมเปรียบเทียบกันจะๆ...
  2. ‘ทักษิณ’เผยถ้า พท.เสียงข้างมากแต่พลาดเป็นรัฐบาล มีประท้วงแน่   “ทักษิณ”บอกสื่อเทศ ไม่หวังเป็นนายกฯไทยอีก เชื่อ พท.ได้เสียงข้างมาก แต่พลาดตั้งรัฐบาล คนต้องออกมาประท้วงแน่ อ้างแม้ถูกกระทำ แต่เสนอ”ปรองดอง”หนังสือพิมพ์ ดิ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top