ตบเท้า

 

ตบเท้า

ฮึ่มๆ ฮึ่มๆ ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ที่ไหน และรถถังก็ (ยัง) ไม่เคลื่อน แต่เวลา “ทหาร” เขา ฮึ่มๆ แล้วสื่อ “รายงาน” แสดงว่า “ไม่พอใจ” และ “ตบเท้า” เพื่อ “โชว์เพาว์”!!

ตามข่าวที่ปรากฏ พลตรีกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) เดินทางตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดย พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ร.11 รอ. จัดกำลังทหารจำนวน 1 กองพัน เพื่อแสดงความพร้อม “รบ”
 
นอกจากที่ พลตรีกัมปนาท จะพูดถึงภาระหน้าที่ของทหารรักษาพระองค์ และความเสียสละอดทนแล้ว ที่สำคัญเห็นจะเป็นการตอกย้ำ “ขอให้ท่านเชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยในคำสั่งของผู้บังคับบัญชาขอให้ ท่านได้เชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาทุกคนคิดเหมือนกัน ผบ.ทบ. คิดอย่างไร ผบ.พล.1 รอ. คิดอย่างนั้น และปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ต้องคิดลังเล ขอให้เชื่อมั่นแบบนั้น”

และยังให้สัมภาษณ์นักข่าวต่อด้วยว่า “เรามีหน้าที่ในการเตรียมกำลังและใช้กำลัง ผู้บังคับบัญชาใช้กำลังเมื่อไร ตนสามารถส่งกำลังให้ผู้บังคับบัญชาได้ทันที ซึ่งระบบที่แสดงให้เห็นในวันนี้ คือระบบเตรียมกำลัง ถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งตน สามารถทำงานได้ในครึ่งชั่วโมง ภายในหนึ่งชั่วโมง สามารถที่จะใช้กำลังได้ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย”

ในวันเดียวกัน พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลง ถึงกรณีที่ทหารออกมาปกป้องสถาบันว่า  “เป็นหน้าที่ทหารตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญและคนไทยทุกคน หากมีใครมาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ทนไม่ได้ หากมีใครพบเห็นการกระทำที่มีผลต่อสถาบันหลักของชาติก็มีสิทธิจะไปร้องทุกข์ กล่าวโทษเจ้าพนักงานให้ดำเนินคดีต่อบุคคลหรือกลุ่มที่กระทำได้ ทั้งนี้ การดำเนินการร้องทุกข์แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในครั้งนี้ กองทัพบกได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของข้าราชการกระทรวงกลาโหม ทำไปตามหน้าที่ความเป็นทหาร ข้าราชการ เป็นพลเมืองไทย ไม่ได้คิดสิ่งใดแอบแฝง”

แถมยังฝาก “สั่งสอน” ไปยังพรรคเพื่อไทยว่า “การที่พรรคการเมืองบางพรรคออกมาระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคนในพรรคที่พูดล่วงละเมิดจาบจ้วงสถาบัน ยังไม่พอต่อการตั้งข้อสังเกตคนไทย จะบอกไม่เกี่ยวอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกมาตำหนิ ต้องออกมาดุหรือปรามคนของตนเองที่ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม”

ทั้งนี้ทั้งสองเป็นการออกมา ตามลูก” ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกที่ “กร้าว” อย่างหนักในการออกมา “เตือน” นปช. เมื่อวันก่อน ซึ่งเชื่อว่าจะมีอีกหลาย “ลูกระนาด” แต่หวังว่าจะไม่ต้องถึงกับ “ลั่นกลอง” ปล่อยขบวนรถถังในเร็ววัน

เพราะแค่นี้ก็ชัดแล้วว่า “การเมืองนำการทหาร” หรือ “ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง” ไม่ใช่นโยบายของกองทัพไทยอีกต่อไปแล้ว ผิดกับยุคที่ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผู้บัญชาการทหารบก การ “ตบเท้า” ช่วงนี้จึงมีกลิ่นอายที่ “ฉุน” คล้ายช่วงปี 2549 ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน โดยสมัยนั้นมี พลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้า “คณะปฏิวัติ” เสียเอง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้ “เดินสาย” ให้ทหาร “ตบเท้า”

ถามว่าทำไม “ทหาร” ถึงเป็นเดือดเป็นร้อน หากตอบว่า “ทหาร” มีหน้าที่ปกป้องเอกราชของชาติและราชบัลลังก์ย่อมถูกต้อง และทำให้เข้าใจได้ว่า “ทหาร” ที่เข้ามารับราชการ ตั้งใจทำงาน ต้องการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง เราในฐานะประชาชนคนไทยต้องเข้าใจและเห็นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภัยที่คุกคามประเทศชาตินั้นเป็นภัยจากอริราชศัตรูภายนอก เพราะ “ทหาร” ต้องทำหน้าที่

แต่หากเป็นเรื่องวาทะทางการเมืองภายในประเทศ กฎหมายต่างๆนั้นมีอยู่ เช่น หากใคร “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ย่อมต้องเผชิญกับมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถึงแม้จะมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับกฎหมายมาตราดังกล่าว และบ่อยครั้งที่มาตรานี้ถูกบิดเบือนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองไปจนเสียหาย แต่ใช่ว่าจะเป็นหน้าที่ของ “ทหาร” ที่จะเป็นผู้มาบังคับใช้กฎหมายเหล่านั้น

ยิ่งถ้า “ทหาร” เองกำลังถูกตั้งข้อกล่าวหา ทั้งเรื่องของการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตยังไม่ปรากฏ หรือแม้แต่เรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังมีคำถามคาใจในสาธารณชน ดังนั้น “ทหาร” ต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่าที่กำลังดำเนินการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่อกลบเกลื่อน “ความผิด” หรือเพียงเพื่อช่วงชิง “อำนาจ” ทางการเมือง เหมือนที่ปรากฏหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา

ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ 21 เมษายน 2554

โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ
21/04/2011
 

 

Related posts:

  1. ถึงคิว”บูรพาพยัคฆ์” ตบเท้า! นปช.พลิกเกม-เลิกโต้ ถึงคิว”บูรพาพยัคฆ์” ตบเท้า! นปช.พลิกเกม-เลิกโต้ ลุยแจ้งจับอย่างเดียว ยันอยู่เคียงข้างพท. ประยุทธŒฮึ่มอย่าบังคับ ทหารต้องจับอาวุธอีก ถึงคิว”บูรพาพยัคฆ์” ตบเท้า พล.ร.2 รอ.เปิด...

Share this story

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top