หมดลม

หมดลม

ได้นั่งอ่านบทความ หนึ่งเรื่อง “10 Dying U.S. Industries” สำรวจโดย IBISWorld และโพสท์โดย Harry Bradford ซึ่งมีสถิติและรูปภาพประกอบในเว็บไซด์ข่าวของ Huffington Post แล้ว น่าสนใจ จึงขอยกมาเล่า เพราะเห็นอาจเป็นประโยชน์โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจต่างๆ จะได้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และผลกระทบในอนาคตอันใกล้นี้

โดยรายงานนั้นเป็นของ IBISWorld โดย Toon Von Beeck และเป็นการชี้ถึง 10 อุตสาหกรรมหรือธุรกิจในสหรัฐอเมริกาที่กำลังจะ “หมดลม” คือล้มหายตายจากไปออย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลต่างๆกัน

ในอันดับ 10 คือ ธุรกิจการให้บริการตัดต่อวีดีโอ (Video Postproduction Services) ซึ่งปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ทำให้การตัดต่อหนังเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายด้วยตนเอง ใครมีเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ทำได้แล้ว และตั้งแต่ปี 2000 แนวดน้มที่ผ่านมาลดลง 24.9% บริษัทที่ทำธุรกิจประเภทนี้ปิดตัวเองไปแล้วกว่า 43.2%

อันดับ 9 คือ ธุรกิจการให้เช่าเสื้อผ้าเครื่องแบบ (Formal Wear and Costume Rental) เมื่อก่อนฝรั่งจะไปงานโก้ๆ ต้องเช่าทักซิโด้ เพราะหากซื้อมาราคาแพงและไม่ค่อยได้ใช้ แต่เดี๋ยวนี้เสื้อผ้าจากเอเชียราคาถูก คนซื้อกันมากขึ้น ขณะเดียวกันงานที่ต้องแต่งตัวก็มีน้อยลง ธุรกิจลดลง 35%

อันดับ 8 คือ ธุรกิจให้เช่าหนังดีวีดี วีดีโอ และเกมส์ต่างๆ (DVD, Game & Video Rental) ธรรมดาครับ เดี๋ยวนี้หนังเกมส์ต่าง ดาวน์โหลดลงคอมพิวเตอร์ได้ตรง ง่าย และราคาถูก ไม่มีใครออกไป “เช่าหนัง” กลับมาดูที่บ้านแล้ว ธุรกิจลดลง 35.7% และคาดว่าจะลดลงอีก 19.3% ใน 6 ปีข้างหน้า

อันดับ 7 คือ หนังสือพิมพ์ (Newspaper Publishing) ด้วยคนเริ่มอ่านข่าวผ่านออน์ไลน์มากขึ้น เป็นปัญหาใหญ่ของสำนักพิมพ์ต่างๆที่ต้องปรับตัว ธุรกิจลดลง 35.9% และมีหนังสือพิมพ์ปิดตัวเองไปแล้ว 28.6% ตั้งแต่ปี 2000

อันดับ 6 คือ โรงเหล็ก (Mills) ด้วยไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในประเทศอื่นๆได้ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการผลิต ธุรกิจลดลง 50.2% และปิดไปแล้ว 23.6% ตั้งแต่ปี 2000 และอันดับ 5 คือ โทรคมนาคมที่มาตามสาย (Wired Telecommunications Carriers) เพราะการติดต่อสื่อสารผ่านเทคโนโลยี “ไร้สาย” (wireless) และ VoIP อย่าง Skype เป็นอนาคตที่มาถึงแล้ว รกิจลดลง 54.9%

อันดับ 4 คือ ร้านอัดรูป (Photofinishing) ธุรกิจนี้ไท่เฉพาะที่สหรัฐฯแต่คงเป็นทั่วโลก เดี๋ยวนี้คนถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอล และเก็บเข้าเครื่อง หรือเอาขึ้น Facebook และ Flickr ไม่มีใครอัดมาเก็บในอัลบัมเหมือนเมื่อก่อน ธุรกิจลดลง 69.1% และสำหรับอันดับ 3 คือ ผู้รับเหมาสร้างบ้าน (Manufactured Home Dealers) เนื่องมาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ “ล่มสลาย” บริษัทรับเหมาสร้างบ้านต้องตายตามไปด้วย ธุรกิจลดลง 73.7%

อันดับ 2 คือ ร้านแผ่นเสียง (Record Stores) แผ่นเสียงนั้นเปลี่ยนเป็น CD ก็จริง แต่ร้านขาย “แผ่นเพลง” นับวันจะอยู่ยาก ไม่สามารถแข่งกับการดาวน์โหลดโดยตรงจากอินเตอร์เน็ตได้ เลือกซื้อเป็นเพลงๆ ไม่ต้องซื้อทั้งแผ่น ธุรกิจลดลง 76.3% และร้านต่างๆปิดตัวเองไปร่วม 80% แล้ว

อันดับ 1 คือ โรงงานผลิตเสื้อผ้า (Apparel Manufacturing) ซึ่งในคำอธิบายกล่าวว่าถึงแม้สหรัฐฯยังได้เปรียบด้านแบนนด์ การออกแบบ และเทคโนโลยี แต่การแข่งขันจากต่างประเทศกำลังทำให้อุตสาหกรรมนี้ “หมดพลัง” ธุรกิจลดลง 77.1% และคาดว่าจะลดลงอีก 60.5% ภายในปี 2016

อ่านแล้วบ้างเรื่องผู้ประกอบการไทยคงต้องประสบชะตากรรมไม่ผิดกับผู้ประกอบการสหรัฐฯเพราะ เป็นความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี เหมือนกันทั่วโลก อย่างธุรกิจขายแผ่นเพลง ร้านอัดรูป หรือบริการตัดต่อวีดีโอ และแม้แต่หนังสือพิมพ์สำนักต่างๆในประเทศไทยก็กำลังค้นหาพัฒนาแนวทางเพื่อรองรับการบริโภคข่าวสมัยใหม่ที่ไม่พึ่งกระดาษหนังสือพิมพ์

บางอย่างก็คงไม่ไกลตัวนัก และไทยไม่ได้มีข้อได้เปรียบอีกต่อไป เช่นอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เราเองก็เสียตลาดไปให้ประเทศอื่นก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน และยังไม่สามารถต่อยอดยกระดับไปสู้กับพวกแฟชั่นราคาแพงได้เต็มที่ ต้องเร่งเครื่องกันต่อไป

ที่น่าสนใจคือวิธีการคิดและประเมินตัวเองในลักษณะนี้ ซึ่งหน่วยราชการไทยที่เกี่ยวข้องควรมีการดำเนินการศึกษา จะได้มาใช้กำหนดทิศทางการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงในโลกได้!!

 

บทความ ซอยสวัสดี ตอน หมดลม โดย สุรนันทน์ เวชชาชีวะ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันที่ 5 เมษายน 2554


………………………………..

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top