จัดระเบียบ…ค่าไฟฟ้า ตอนที่ 1

จากข่าวภัยพิบัติและความสูญเสียที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เราคงต้องร่วมไว้อาลัยกับเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้ร่วมกับพี่น้องร่วมโลกของเรา และภาวนาว่ามันคงไม่เกิดขึ้นอีกทั้งที่ญี่ปุ่น และที่ไหนๆ ในโลกรวมทั้งบ้านเราด้วย

ผมได้เห็นวิธีการบริหารจัดการในภาวะวิกฤตของชาวญี่ปุ่นด้วยการแบ่งปันการใช้ไฟฟ้ากันคนละช่วงเวลา เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ประสบภัย

ผมก็เลยนึกต่อมาถึงบ้านเราว่าถึงแม้บ้านเราจะไม่เกิดปัญหานี้หรือพบความขาดแคลนไฟฟ้ากันอย่างชัดเจน แต่เมื่อหันมาดูราคาน้ำมันที่ลอยตัวสูงขึ้นเหมือนว่าวติดลมบนและไม่มีทีท่าว่าจะลดเพดานบินลงมาแม้แต่น้อย รวมทั้งน้ำมันปาล์มด้วย เป็นที่มาของค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตถีบตัวสูงขึ้นตามมาติดๆ รวมทั้งค่าอะไรต่อมิอะไรของเราจะเตะตัวเองกระเด็นกระดอนขึ้นตามไปอย่างไม่ยอมแพ้ วิธีการลดค่าใช้จ่ายในบ้านเพื่อรักษาสตางค์ในกระเป๋าของท่านเป็นเรื่องที่สมควรนำมาพิจารณากันเป็นวาระเร่งด่วนในหมู่สมาชิก(สภา)บ้านของท่าน

หนทางหนึ่งที่น่าสนใจและทำได้ไม่ลำบากคือการลดค่าไฟฟ้าประจำเดือนในบ้านของท่าน ผมมีวิธีปฏิบัติที่เริ่มต้นได้ทันทีมาฝากท่านผู้อ่านเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการทำเงินในกระเป๋าเราให้งอกเงยขึ้นมา เรามาเริ่มกันเลยนะครับ

1. ที่มาของค่าไฟฟ้าในบ้าน

ก่อนจะทำการปรับลดค่าไฟฟ้าในบ้านของท่านให้ถอยลงไปนั้น ต้องมาทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่าในบิลค่าไฟที่ท่านเสียให้หลวงไปแต่ละเดือนมีที่มาจากไหนกันบ้าง สำหรับอาคารบ้านเรือนทั่วไปที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยมักประกอบด้วยอุปกรณ์ 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

  • ไฟฟ้าแสงสว่าง ได้แก่ ดวงโคม หลอดไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่ท่านติดตั้งตามห้องและพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืนและกรณีแสงสว่างภายนอกไม่เพียงพอ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับอุปกรณ์นี้จะมีสัดส่วนประมาณ 20-30 %
  • ไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ท่านซื้อหามาเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น เตารีด เครื่องทำน้ำร้อนเครื่องซักผ้า  เป็นต้น ยิ่งท่านมีความต้องการใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากก็ต้องเสียสตางค์ซื้อและเสียค่าไฟฟ้ามากเป็นเงาตามตัว
  • ไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ เป็นค่าใช้จ่ายที่มีสัดส่วนมากกว่า 50 %ของค่าไฟฟ้าในบ้านท่าน เพราะเครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการกินไฟสูงมาก(ปริมาณความต้องการไฟฟ้า-วัตต์สูงมาก) เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป

2. วิธีลดค่าไฟฟ้าสไตล์ S-Decor

          2.1 การลดค่าไฟฟ้าแสงสว่าง ทำได้ดังนี้ครับ

               2.1.1 การลดปริมาณดวงโคม ทำได้โดยสำรวจและตรวจสอบดวงโคมตามจุดต่างๆ ในตัวบ้านของท่านว่ามีมากเกินไปหรือไม่ และมีแสงสว่างเพียงพอหรือไม่ถ้าตำแหน่งใดหรือจุดใดไม่จำเป็นท่านควรถอดดวงโคมออกครึ่งหนึ่งหรือทั้งหมดตามลักษณะการใช้สอยและสภาพแสงสว่าง แต่ก็ไม่ควรลดจนแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการใช้สอยนอกจากนี้หากสามารถลดเวลาการใช้งานไฟฟ้าจากที่ท่านเคยใช้สอยปกติ เช่น เปิดไฟให้ช้าลงและปิดไฟให้เร็วขึ้น เป็นต้น ถ้ากระทำได้ตามนี้แน่ใจได้ว่าสามารถลดการใช้ไฟฟ้าอย่างแน่นอนครับ

              2.1.2 การเลือกใช้หลอดไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง หลอดไฟฟ้าโดยทั่วไปที่ใช้งานตามบ้านจะมีอยู่สองแบบคือหลอดไส้ และหลอดฟลูออเรสเซนท์ ซึ่งเมื่อพิจารณาในเรื่องความสวยงามแสงจากหลอดไส้จะมีสีสันสวยงามกว่า แต่อย่างไรก็ตามหากสนใจในแง่ความประหยัด คุ้มค่าพลังงานและค่าเงินหลอดฟลูออเรสเซนท์ (หลอดผอม/ หลอดตะเกียบ) จะเป็นดวงโคมที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงกว่า  กินไฟน้อยกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ดังนั้นถ้าต้องการหลอดไฟที่ประหยัดค่าไฟให้ท่าน สมควรเลือกใช้หลอดจำพวกฟลูออเรสเซนท์จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ

              2.1.3 การประยุกต์ใช้แสงธรรมชาติ ในพื้นที่บางจุดในบ้านของท่าน เช่น ห้องน้ำ บันได ห้องเก็บของ ซึ่งไม่ต้องการความสว่างมากนัก ถ้ามีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการวางเฟอร์นิเจอร์ หรือเปิดม่านที่ปิดทึบตลอดวันเสียบ้างอาจสามารถใช้งานแสงสว่างจากธรรมชาติได้โดยไม่ต้องใช้แสงไฟฟ้าเลยก็เป็นได้  นอกจากนี้การเลือกใช้สีสันในการตกแต่งห้องเป็นสีอ่อน จะช่วยเพิ่มการสะท้อนแสงภายในห้องทำให้ไม่ต้องเปิดไฟมากครับ

เนื้อที่หมดพอดีครับ สัปดาห์หน้าเรามาต่อกันในตอนจบว่าด้วยเรื่องการลดค่าไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ภายในบ้าน และจากเครื่องปรับอากาศกันนะครับ

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 57 March 23-29, 2011

ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Related posts:

  1. ภัย..ในอาคารบ้านเรือน ตอนที่ 2 เรามาต่อกันจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่ผมเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงภาพรวมอุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอาคารบ้านเรือนว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องใดบ้าง คราวนี้เรามาเจาะลึกกันที่ภัยที่เกิดขึ้นในบ้านพักอาศัยกันก่อนเป็นประเด็นแรกนะครับ พื้นที่ในบ้านที่จัดว่ามีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติภัยมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ ห้องครัว และห้องน้ำ จากการลื่นล้ม หกล้ม...
  2. คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 1 สี เป็นผลิตภัณฑ์ทางการก่อสร้างที่มีหน้าที่หลักคือ ป้องกันพื้นผิวของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ทาทับอยู่ไม่ว่าจะเป็น ผนังภายใน ภายนอก เหล็ก ไม้ หรืออื่นๆ ที่ต้องการ...
  3. 10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 1 เมื่อทบทวนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้างในบ้านพักอาศัยของเราๆ ท่านๆ จะพบว่ามีเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ พบเจอกันบ่อยๆ เหมือนเป็นโรคร้ายประจำบ้านอยู่ 10 โรค ที่สำคัญก็คือเมื่อเกิดขึ้นทีไรก็เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจและลำบากกระเป๋าสตางค์ให้เราทุกครั้ง ซึ่งโรคทั้ง 10...
  4. ภัย…..ในอาคารบ้านเรือน ตอนที 1 ในการออกแบบอาคารบ้านเรือน สถาปนิกจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้า ความเป็นไปได้ทางกฎหมายและเทคนิคการก่อสร้าง ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ดังนั้นถ้าจะบอกเล่าเรื่องภัยที่เกิดขึ้นกับอาคารไว้เป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้ระมัดระวังป้องกันไว้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์รับปีใหม่นี้ครับ ภัยในอาคารปกติจะแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ...
  5. 10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 2 สวัสดีครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาต่อเรื่อง “10 โรคยอดฮิตของบ้าน” ตอนจบกันเลยนะครับ โรคที่ 6  ปูนร่วงจากใต้ท้องพื้นเห็นเหล็กเสริมเป็นสนิม อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (พื้นเทคอนกรีตกับที่)...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top