คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนจบ

color

สัปดาห์นี้ เรามาต่อกันที่ตอนสุดท้ายของคุยเฟื่องเรื่องสีทาบ้าน เป็นเรื่องการเตรียมพื้นผิวสำหรับการทาสีอีก 2 วัสดุที่นิยมใช้กันในอาคารบ้านเรือนของเราเช่นกัน

การเตรียมพื้นผิวไม้

เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่เปลี่ยนแปลงสภาพได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งอยู่ภายนอก ไม้จะได้รับอิทธิพลจากความชื้นและแสงแดด ทำให้เกิดการยืดหดตัวอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยที่มีผลต่อความเสียหายของไม้มี 3 รูปแบบคือ

  • รังสีอัลตราไวโอเลต หรือแสงแดดทำให้เนื้อไม้เปลี่ยนสีกลายเป็นสีเทาและเป็นขุย
  • ความชื้นจากอากาศและฝน
  • การถูกทำลายแมลงกินเนื้อไม้และเชื้อรา

การเตรียมพื้นผิวไม้

  1. ทำความสะอาดพื้นผิว กรณีมีคราบสกปรก คราบไขให้ล้างน้ำมันสนเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ฝุ่น คราบไข เชื้อรา ตะไคร่น้ำ หยากไย่ ใยแมลงมุม และคราบสกปรกอื่นๆ ออกให้หมดแล้วตามด้วยทินเนอร์ เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
  2. ทำการขัดผิวไม้ให้ทั่ว เพื่อขจัดผิวหน้าของไม้ที่ไม่สวยและลบเสี้ยนไม้ทำให้ไม้เรียบขึ้น การขัดด้วยกระดาษทรายให้ขัดตามลายไม้อย่าขัดขวางลายไม้ สำหรับงานพื้นไม้ควรใช้เครื่องขัดซึ่งจะทำให้ผิวเรียบสม่ำเสมอกว่าขัดด้วยมือ หลังจากขัดแล้วให้กำจัดเศษฝุ่นผงออกให้หมด

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  1. ไม้ทุกชิ้นรวมถึงไม้โครงสร้าง ก่อนนำไม้เข้ามาประกอบติดตั้งให้ทาผิวไม้ทุกด้านด้วยวานิช ยกเว้นด้านที่จะทำผิวพิเศษ
  2. ไม้ที่จะทำการเคลือบผิว ไม่ควรมีความชื้นเกิน 18%
  3. ให้ทำการอุดโป๊วรอบแตกของไม้ด้วยวัสดุอุดที่เหมาะสมกับสีชนิดนั้นๆ หลังจากทำการรองพื้นผิวแล้ว
  4. การทาสีรองพื้นไม้ที่ไม่ต้องการโชว์ลาย ให้ทาสีรองพื้นด้วยสีรองพื้นไม้ 1 เที่ยวทิ้งไว้ให้แห้ง 8-10 ชั่วโมง และให้เช็ดทำความสะอาดผงอะลูมิเนียมส่วนเกินบนฟิล์มสีด้วยผ้าชุบน้ำมันสนก่อนทาสี และทาสีรองพื้นเพื่อเพิ่มการปิดบังพื้นผิวและสามารถขัดตกแต่งได้จำนวน 1 เที่ยว ทิ้งไว้ให้แห้ง 4-6 ชั่วโมง
  5. การอุดรูไม้หรือตาไม้ อุดโป๊วรูหัวตะปู รอบแตกของไม้ด้วยวัสดุอุด และทาสีรองพื้นก่อน 1 เที่ยว สำหรับการอุดรูไม้หริอตามไขนาดใหญ่ ควรทำเป็นพุกไม้อัดเข้าไป ไม่ควรใช้วัสดุอุดโป๊วซึ่งอาจหลุดกระเทาะได้ ทั้งนี้เพื่อความสวยงามของชิ้นงาน

พื้นผิวโลหะ

ได้แก่ พื้นผิวเหล็กที่ใช้ประดับตกแต่งทั่วไปในบ้านและอาคาร และเหล็กรูปพรรณที่ใช้ประกอบเป็นโครงสร้างบ้านหรืออาคาร เช่น โครงหลังคา เป็นต้น

เนื่องจากการเกิดปัญหาของสนิมบนโลหะและเหล็กเมื่อสัมผัสอากาศและความชื้น ทำให้เราต้องเคลือบสีผิวหน้าโลหะต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดสนิม และการกัดกร่อน รวมทั้งเพื่อความสวยงาม ออกไซด์ของเหล็กที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต (Mill Scale) มีสีน้ำเงินดำ ซึ่งสารนี้ทำให้เกิดสนิมแดงที่เกิดจากน้ำและออกซิเจนในอากาศตามมา Mill Scale จะมีความต่างศักย์กับผิวหน้าเหล็กทำให้เกิดการกัดกร่อนสนิมแดง เป็นผลการรวมตัวระหว่างเหล้กกับออกซิเจนโดยมีอากาศและน้ำเป็นตัวเร่งปฏิกริยา สนิมแดงที่เกิดใต้ฟิล์มสามารถขยายตัวทำให้ฟิล์มสีเกิดการปริแตก หรือบางครั้งเกิดสนิมลุกลมภายใต้ฟิล์มสี ทำให้สีที่ทาหลุดร่อนเป็นแผ่นได้

การเตรียมพื้นผิวโลหะ

  1. การขัดด้วยมือ เป็นการเตรียมพื้นผิวเพื่อกำจัดสะเก็ดของเหล็ก สะเก็ดของสนิม ฟิล์มสีที่หลุดร่อนและปนเปื้อนต่างๆ ออกจากผิวเหล็ก เครื่องมือที่มักใช้ได้แก่ แปรงลวด กระดาษทรายหรือเกรียง ส่วนสนิมที่หนาเป็นชั้นๆ และเศษโลหะจากการเชื่อมให้ใช้ค้อนกระเทาะออก การเตรียมพื้นผิววิธีนี้เหมาะสำหรับการใช้สีรองพื้นที่มีการยึดเกาะที่ดี การใช้งานภายใต้สภาวะปกติและงานภายใน หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วควรทำการรองพื้นด้วยสีรองพื้นกันสนิมทันทีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ
  2. การขัดด้วยเครื่องกล เป็นการเตรียมพื้นผิวด้วยเครื่องมือกลขัดเพื่อขจัดสะเก็ดของเหล็ก สะเก็ดของสนิม ฟิล์มสีที่หลุดร่อน และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ จากผิวเหล็กแต่จะยอมให้มี Mill Scale สนิมและฟิล์มสีเก่าที่ยึดเกาะแน่นเหลืออยู่บ้าง เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ เครื่องขัดด้วยแปรง เครื่องขัดด้วยกระดาษทราย การเตรียมผิวชนิดนี้เหมาะสำหรับการใช้สีรองพื้นที่มีการยึดเกาะที่ดี การใช้งานสภาวะปกติ และงานภายใน และสามารถใช้ปรับพื้นผิวสีเก่าให้เรียบเสมอกันก่อนทาสีใหม่ หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วควรทำการรองพื้นด้วยสีรองพื้นกันสนิมทันทีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ และไม่ควรทิ้งพื้นผิวไว้เกิน 4 ชั่วโมง
  3. การทำความสะอาดพื้นผิวเฉพาะจุดด้วยการพ่นทรายหรือทั้งพื้นผิวด้วยการพ่นทั่วพื้นผิว เป็นการทำความะอาดพื้นผิวด้วยการพ่นจุดที่เกิดจากการกัดกร่อนจนผิวเหล้กมีสีใกล้ขาว เพื่อขจัดคราบน้ำมัน จารบี สิ่งสกปรก Mill Scale สนิมออกไซด์ต่างๆ ฟิล์มเก่าหรือสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ แต่จะยอมให้มีคราบสนิมอื่นๆ ได้เล็กน้อย โดยพื้นผิวต้องมีสีขาว และสะอาดไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของพื้นที่แต่ละตารางเซนติเมตร ควรรองพื้นด้วยสีรองพื้นกันสนิมทันทีเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและสิ่งปนเปื้อนต่างๆ และไม่ควรทิ้งพื้นผิวไว้เกินกว่า 4 ชั่วโมง
  4. การขจัดตะกรันรอยเชื่อม รอยเชื่อมที่เกิดจากการเชื่อมต้องทำความสะอาดให้ปราศจากการเชื่อม ตะกรันจากการเชื่อมพื้นผิวที่บกพร่องรวมถึงรอยแตกและจุดที่เป็นหลุมลึกต่างๆ ตะกรันจากการเชื่อมต้องขจัดโดยการขัดเวยเครื่องขัด และรอยหยาบต่างๆ ต้องปรับให้เรียบและสม่ำเสมอ ตะกรันจากการเชื่อมต้องทำความสะอาดด้วยน้ำนาทำความสะอาดแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

 

(ขอขอบพระคุณ คุณชวลิต สุวัตถิกุล เอื้อเฟื้อข้อมูล)

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 56 March 16-22, 2011

ผศ.รัชด  ชมภูนิช คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Related posts:

  1. คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 2 หลังจากตอนที่แล้วได้พูดคุยถึงเรื่องสีทาบ้านกันไปพอหอมปากหอมคอ หวังว่าแฟนๆ คอลัมน์คงพอเข้าใจภาพรวมของสีและการเลือกใช้งานในบ้านหรืออาคารกันบ้างแล้วนะครับ คราวนี้เรามาต่อกันที่ความรู้เบื้องต้นในการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสี เพื่อให้ท่านใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบการทำงานของช่างว่ากระทำถูกต้องตามมาตรฐานเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร หรือบางทีท่านอาจจะคันไม้ คันมือ ลองทาสีบ้านเองก็จะได้ทำได้ถูกต้องครับ เพราะจริงๆ...
  2. คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 1 สี เป็นผลิตภัณฑ์ทางการก่อสร้างที่มีหน้าที่หลักคือ ป้องกันพื้นผิวของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ทาทับอยู่ไม่ว่าจะเป็น ผนังภายใน ภายนอก เหล็ก ไม้ หรืออื่นๆ ที่ต้องการ...
  3. บ้านหลังน้ำท่วม ตอนจบ หลังจากตอนที่แล้วได้นำเสนอเรื่องราวบ้านหลังน้ำท่วม ซึ่งผมนำมาข้อมูลจากหนังสือบ้านหลังน้ำท่วม เขียนโดยคุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์กันมาแล้ว คราวนี้เราจะมาลงรายละเอียดเป็นส่วนถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดตามจุดต่างๆ ในบ้าน(หลังน้ำท่วม)กันครับ พื้นไม้ปาเก้ ถ้าพื้นบ้านของท่านเป็นไม้ปาเก้ แล้วถูกน้ำท่วมก็ต้องเข้าใจไว้นิดหน่อยนะครับว่า ปาเก้หรือไม้แผ่นชนิดนี้อยู่ได้ด้วยกาวติดกับพื้นคสล....

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top