คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 2

color

หลังจากตอนที่แล้วได้พูดคุยถึงเรื่องสีทาบ้านกันไปพอหอมปากหอมคอ หวังว่าแฟนๆ คอลัมน์คงพอเข้าใจภาพรวมของสีและการเลือกใช้งานในบ้านหรืออาคารกันบ้างแล้วนะครับ คราวนี้เรามาต่อกันที่ความรู้เบื้องต้นในการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสี เพื่อให้ท่านใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบการทำงานของช่างว่ากระทำถูกต้องตามมาตรฐานเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร หรือบางทีท่านอาจจะคันไม้ คันมือ ลองทาสีบ้านเองก็จะได้ทำได้ถูกต้องครับ เพราะจริงๆ แล้วปัญหาเรื่องสีหลุด สีร่อน และอื่นๆ ที่เรามักพบเห็นกันนั้น มีสาเหตุหลักประการหนึ่งจากการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสีที่ผิดวิธีครับ เราลองมาดูกันเลยนะครับ

การเตรียมพื้นผิวสำหรับการทาสี

เนื่องจากวัสดุที่ใช้ประกอบเป็นอาคารบ้านเรือนของเรา รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ มีมากมายหลายชนิด เหตุนี้ย่อมทำให้สีที่ใช้ทาอาคารจึงต้องมีหลายรูปแบบแตกต่างกัน และมีลักษณะการเตรียมพื้นผิวสำหรับการทาสีที่ไม่เหมือนกันขึ้นกับพื้นผิวของวัสดุนั้นเป็นสำคัญครับ

หากเราพิจารณาแนวทางหลักๆ  ของการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสีของวัสดุต่างๆ จะพบว่าจะเริ่มต้นจากการทำความสะอาดฝุ่นละออง เศษผง ที่เป็นสิ่งสกปรกอย่างหยาบออก แล้วจึงล้างทำความสะอาดคราบต่างๆ ที่อาจตกค้างอยู่ที่ผิวหน้าระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะมีผลต่อการยึดติดของฟิล์มสี หลังจากนั้นจะเป็นการตกแต่งทำให้พื้นผิวหน้าของวัสดุที่จะทาสีเรียบด้วยวิธีการต่างๆ เช่น อุด โป๊ว เพื่อให้เกิดความสวยงาม

เมื่อกระทำครบถ้วนแล้วจึงจะทาสีได้ครับ แต่ในการทาสีนั้นเรายังแบ่งสีออกเป็น สีรองพื้น (Primer), สีชั้นกลาง (Undercoat), สีทับหน้า (Top Coat), รวมทั้งสีทับหน้าประเภทใส (Clear T/C) อีกด้วย ตามความต้องการทางการออกแบบ และความสวยงามของผู้ใช้ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีสีบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้องใช้สีรองพื้นหรือสีทับหน้าแต่อย่างใด เพราะสีดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นทั้งสีรองพื้นและสีทับหน้าในแกลลอนเดียวกันครับ ต่อไปเราจะมาดูละเอียดถึงความแตกต่างในการเตรียมพื้นผิวทาสีสำหรับวัสดุหลักๆ ในบ้านหรืออาคารกันครับ

พื้นผิวคอนกรีตหรือปูน

พื้นผิวแบบนี้ยังสามารถแยกได้อีกว่าเป็นผิวปูนใหม่ และเก่าซึ่งจะแตกต่างกันในรายละเอียดนิดหน่อยครับ

ผิวคอนกรีตหรือปูนใหม่ วิธีการเตรียมพื้นผิวสำหรับทาสีลักษณะนี้มักเป็นพื้นผิวคอนกรีต คอนกรีตบล๊อค ไปจนถึงวัสดุซีเมนต์เสริมใยแก้ว (GRC.) กระเบื้องแผ่นเรียบ ปูนฉาบรวมทั้งปูนปั้นต่างๆ พื้นผิวหน้าของปูนฉาบใหม่มักมีความเป็นด่างคงอยู่สูง เนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของซีเมนต์ที่เป็นวัสดุฉาบผิวหน้า สภาพความเป็นด่างนี้จะมีผลต่อทั้งสีน้ำมันและสีพลาสติก ดังนั้นจึงควรทิ้งผิวหน้าปูนฉาบหรือคอนกรีตไว้อย่างน้อย 21 วันแล้วจึงทาสี โดยการเตรียมพื้นผิวจะเริ่มต้นจาก

การขจัดฝุ่นผงและคราบเกลือ ทำได้ด้วยด้วยแปรงขนแข็ง หรือเครื่องฉีดน้ำความดันสูง เพื่อขจัดความสกปรกที่เป็นเม็ด ผง ฝุ่น และมีความหยาบออกในชั้นแรก

การล้างคราบไขมันจากผิวหน้า ทำได้ด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาขจัดคราบไขมัน เพื่อขจัดความสกปรกจากการเสื่อมสภาพของฟิล์มสี เศษหยากไย่ ฝุ่นผงจากการเสื่อมสภาพของฟิล์ม และคราบอื่นๆ จากนั้นให้ล้างน้ำสะอาด และทดสอบโดยใช้ผ้าฝ้ายเช็ด ถ้ายังคราบหลงเหลืออยู่ให้ทำซ้ำอีกครั้งครับ

การทดสอบความชื้นในพื้นผิว เราสามารถทดสอบความชื้นของพื้นผิวทาสีด้วยเครื่องมือทดสอบ หรือกรณีไม่มีเครื่องมือวัดให้ทดสอบโดยใช้แผ่นพลาสติกใสประมาณ 0.45*0.45 ซม. ด้วยเทปกาวใสบนพื้นผิวคอนกรีตโดยให้เทปกาวใสติดอยู่ระหว่างแผ่นพลาสติกและผิวคอนกรีตทั้ง 4 ด้านทิ้งไว้ 1 วัน ตรวจสอบด้านล่างของแผ่นพลาสติกว่ามีหยดน้ำจากการควบแน่นที่แผ่นพลาสติกหรือไม่ และถ้าบริเวณผิวคอนกรีตที่ติดแผ่นพลาสติกมีสีเข้มกว่าบริเวณที่อยู่โดยรอบ แสดงว่าคอนกรีตยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ครับ ควรทิ้งให้แห้งและรออีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และจึงทดสอบซ้ำอีกครั้งครับ

ทาสีรองพื้นในกรณีฉาบผิวซีเมนต์ใหม่ เมื่อเตรียมพื้นผิวเรียบร้อยให้ทาสีรองพื้นปูนใหม่ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษเฉพาะซึ่งไม่ใช่สีรองพื้นทั่วไป การเลือกสีรองพื้นปูนใหม่จึงต้องระบุให้ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจเกิดคราบด่างหรือการทำลายเนื้อสีได้ ในปัจจุบันยังมีสีรองพื้นปูนใหม่แบบพิเศษที่ช่วยบ่มผิวปูนให้กระบวนการแข็งตัวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และป้องกันความด่างที่พื้นผิวได้ ทำให้การทำงานเริ่มต้นได้เร็วขึ้น สิ่งที่ดีที่สุดคือสอบถามผู้ออกแบบ หรือทางบริษัทผู้ผลิตสียี่ห้อนั้นๆ เป็นหลักครับ

ข้อควรระวัง กรณีผิวปูนฉาบต้องบ่มด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อป้องกันการคายน้ำจากเนื้อปูนจนเกิดสภาพด่างค้างตัวในเนื้อปูน ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับน้ำฝนและเกิดคราบขาวบนฟิล์มสี การบ่มปูนฉาบจะช่วยลดการแตกร้าวลายงาของผิวปูนได้

ผิวคอนกรีตหรือปูนเก่า กรณีนี้เป็นการทาสีเพื่อซ่อมแซม หรือการทาสีอาคารเก่าที่สภาพสีซีดจางลงตามสภาพอายุการใช้งาน หรือถูกแสงแดดเลียสีจนหม่นหมองไม่สวยงาม ขั้นตอนการทำงานจะใกล้เคียงกับผิวปูนใหม่แต่จะมีขั้นตอนการขจัดตะไคร่น้ำและเชื้อราเพิ่มเติมขึ้นมา เนื่องจากพื้นผิวปูนเก่า อาคารเก่าอาจเกิดคราบตะไคร่น้ำหรืออื่นๆ จากอายุอาคารและความสกปรกระหว่างการใช้งานได้ จึงต้องล้างความสกปรกเหล่านี้ออกด้วยน้ำยาฟอกผ้าขาวผสมน้ำ 1:10 แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากๆ แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ทำการล้างพื้นผิวด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อขจัดความสกปรกออก แล้วทิ้งให้แห้งประมาณ 1 วันแล้วจบลงที่การทาสีรองพื้น เมื่อทำทุกอย่างครบถ้วน รอให้ผิวแห้งสนิทแล้วรองพื้นด้วยน้ำยารองพื้นทับสีปูนเก่า จำนวน 1 เที่ยว แล้วจึงทาสีตามกรรมวิธีต่อไป

มาถึงตรงนี้เนื้อที่หมดพอดี เรามาคุยต่อเรื่องการเตรียมพื้นผิวทาสีสำหรับวัสดุอื่นๆ ในตอนต่อไปสัปดาห์หน้าครับ

(ขอขอบพระคุณ คุณชวลิต สุวัตถิกุล เอื้อเฟื้อข้อมูล)

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 55 March 9-15, 2011

ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลับเกษตรศาสตร์

 

 

Related posts:

  1. คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 1 สี เป็นผลิตภัณฑ์ทางการก่อสร้างที่มีหน้าที่หลักคือ ป้องกันพื้นผิวของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ทาทับอยู่ไม่ว่าจะเป็น ผนังภายใน ภายนอก เหล็ก ไม้ หรืออื่นๆ ที่ต้องการ...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top