คุยเฟื่องเรื่องสี ตอนที่ 1

color

สี เป็นผลิตภัณฑ์ทางการก่อสร้างที่มีหน้าที่หลักคือ ป้องกันพื้นผิวของวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ทาทับอยู่ไม่ว่าจะเป็น ผนังภายใน ภายนอก เหล็ก ไม้ หรืออื่นๆ ที่ต้องการ แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการใช้งาน การพัฒนาคุณสมบัติอย่างต่อเนื่อง และรวมทั้งยี่ห้อสินค้าที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนในการเลือกใช้งานสีทาอาคารกันอยู่เสมอ เพื่อป้องกันความสับสนเรื่องสีสันในบ้านของท่าน วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องสี (ทาบ้าน) ในหลายประเด็นที่น่าสนใจกันครับ

ชนิดของสีทาอาคาร และการใช้งาน

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เราควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่า สีที่เรามักใช้ทาๆ กันในอาคารบ้านเรือนของเรานั้นมีอะไรกันบ้าง เพราะแต่ละสี แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งาน และพื้นผิวที่ต่างกัน นอกจากนี้ราคาของสีแต่ละประเภทยังแตกต่างกันอีกด้วย การเลือกใช้สีที่สอดคล้องกับพื้นผิวที่ทาจะทำให้สีติดแน่นกับผิวหน้าวัสดุได้ยาวนาน สร้างความสวยงามและไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายจากการใช้สีผิดประเภทโดยไม่จำเป็น

สีน้ำพลาสติก/ สีน้ำอะครีลิค เป็นสีที่ใช้กับงานพื้นผิวหน้าผนังอาคารทั่วไป โดยแยกได้เป็น 2 ส่วนหลักคือ สีชนิดทาภายนอกอาคาร ได้แก่ สีที่ใช้สำหรับทาส่วนภายนอกบ้านหรืออาคารทั้งหมดที่มีการระบุให้ทาสี ได้แก่ ผนังก่ออิฐ อิฐมวลเบา หรือคอนกรีตต่างๆ รวมทั้งพื้นผิวส่วนที่เปิดสู่ภายนอก หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ พื้นผิวส่วนที่จะได้รับแสงแดดโดยตรงจากภายนอก ส่วนอีกประเภทคือสีชนิดทาภายใน คือ สีที่ใช้ทาส่วนภายในอาคาร เช่น ผนังก่ออิฐฉาบปูนพื้นผิวที่อยู่ภายใน ผนังเบากั้นแยกส่วนต่างๆ ที่มักทำขึ้นจากแผ่นยิบซั่มบอร์ด หรือกระเบื้องแผ่นเรียบ หรือส่วนอื่นๆ ในบ้านหรืออาคารที่ระบุให้ทาด้วยสีน้ำหรือสีพลาสติกครับ

สีน้ำมัน เป็นสีประเภทที่ใช้กาวเรซิ่นซึ่งละลายในน้ำมันทินเนอร์ซึ่งระเหยออกขณะที่สีแห้งตัว เป็นสีที่นิยมใช้ทาบนผิวหน้าโลหะชนิดต่างๆ ซึ่งใช้เป็นวัสดุอุปกรณ์หรือส่วนตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้านหรืออาคาร เช่น ราวระเบียง ประตูรั้ว เหล็กดัด เป็นต้น สำหรับวัสดุโลหะที่มักทาสีเคลือบผิวหน้ากันทั่วไป ได้แก่ เหล็ก สังกะสี อลูมินั่ม หรือ สเตนเลส การทาสีน้ำมันทับผิวหน้าโลหะเหล่านี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันสนิมที่จะเกิดขึ้นที่ผิวโลหะเมื่อสัมผัสกับอากาศ และป้องกันแสงแดดและฝนที่จะทำให้เกิดการผุกร่อนของตัววัสดุได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความสวยงามของการตกแต่งสีสันของส่วนประกอบอาคารที่ทำจากโลหะเหล่านี้อีกด้วยครับ

สีย้อมไม้ เป็นสีประเภทพิเศษที่ใช้ทาเคลือบผิวหน้าของไม้ฃนิดต่างๆ ที่ใช้ประกอบการใช้งานภายในและภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง ระเบียง เฉลียง หรือส่วนประดับตกแต่งที่ทำจากไม้อื่นๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าการใช้งานไม้ในบ้านหรืออาคารมีรูปแบบที่หลากหลายมาก ดังนั้นสีย้อมไม้หรือสีทาเคลือบผิวไม้จึงมีรูปแบบต่างๆ กัน 3 ประเภทดังต่อไปนี้

สีโปร่งใส มีระบบสีแยกย่อยได้อีก 5 แบบคือ

Shellac เป็นสารเคลือบที่ทำจากวัตถุดิบซึ่งเป็นผลจากตัวครั่ง ซึ่งถ่ายมูลออกมาเป็นพลาสติกธรรมชาติ เมื่อนำมาละลายกับแอลกอฮอล์จะได้สารเคลือบเรียกว่า Shellac ดังกล่าว สีชนิดนี้มีลักษณะเป็นฟิล์มบางกึ่งกันน้ำได้ดี แต่ผิวฟิล์มเปราะไม่ทนต่อการขูดขีด การย้อมไม้ด้วย Shellac อาจทำให้ตัวไม้มีสีออกไปในโทนแดงได้อันเนื่องจากตัวครั่งที่ผสมอยู่ในส่วนผสม

Lacquer เป็นผลผลิตจากการนำเส้นใยพืชธรรมชาติ เช่น ฝ้ายมาละลายด้วยตัวทำละลายและผสมกับสารเรซิ่น เช่น Alkyd ที่ใช้ทำสีน้ำมันทั่วไป หรือAcrylic ที่ใช้ทำสีอะครีลิค จะได้วัสดุเคลือบใสเงางาม และมีความทนทานต่อการขูดขีดในระดับหนึ่ง

Varnish เป็นวัสดุเคลือบใสที่ทำจาก Alkyd Resin เงาน้อยกว่า Lacquer แต่ฟิล์มมีความยืดหยุ่นทนต่อการขูดขีดได้ดีกว่า

Polyurethane เป็นวัสดุเคลือบใสที่ทำจากพลาสติกสังเคราะห์ มีความเงาสูง ฟิล์มแข็งทนต่อการขูดขีดได้ดี

Polyester เป็นพลาสติกสังเคราะห์ เช่นกันมีความเงาสูงสุดในกลุ่มนี้

ทั้งหมด และทนต่อการขูดขีดได้ดีมาก แต่ผิวฟิล์มจะไม่สามารถทน UV ได้ จะเกิดการด้านที่ผิวเมื่อสัมผัส UV

สีกึ่งโปร่งใส ได้แก่กลุ่ม Wood Stain หรือที่ช่างสีนิยมเรียกว่าสีย้อมไม้ทำจาก Alkyd Resin ชนิดพิเศษและมีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อการซึมตัวเข้าเนื้อไม้ มีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี และทน UV ได้ดีพอสมควร เหมาะสำหรับการทาไม้ใช้งานกลางแจ้ง และเพื่อรักษาเนื้อไม้โดยยังเห็นลายไม้ธรรมชาติ

สีทึบ คือสีที่ทาแล้วเป็นสีสันต่างๆ ปิดเนื้อไม้เหมาะกับการใช้งานกับไม้ที่ลายหรือสีไม่สวย การทาสีทึบจะป้องกัน UV ทำลายเนื้อไม้ได้ดีมาก สีกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นการนำ Resin ที่ใช้ทำเคลือบผิวใสมาผสมผงสีลงไปเพื่อให้บดบังผิวหน้า และเกิดสีต่างๆ เช่น

สีน้ำมัน (Alkyd Enamel) คุณสมบัติของฟิล์มจะเหมือนวานิช ถ้าใช้งานภายนอกจะมีอายุประมาณ 5 ปี โดยใช้ทาปิดผิวหน้าไม้ที่ต้องการและจะเกิดสีสันต่างๆ ตามความต้องการและการออกแบบ

สีพ่นอุตสาหกรรม (Industrial Lacquer) เป็นสีที่ใช้ Resin ตัวเดียวกับ Lacquer ใสและใส่ผงสีลงไป ไม่เหมาะกับงานภายนอก มักใช้กับเฟอร์นิเจอร์ Built-in ภายในอาคาร

คราวนี้เราก็คงรู้จักสีที่ใช้กับงานบ้านและอาคารต่างๆ กันมากขึ้น โดยเฉพาะสีทาไม้ที่มีหลายรูปแบบและวิธีการใช้งานที่ต่างกัน คราวหน้ายังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสีอีกหลายประเด็นมาฝากกัน คอยติดตามตอนต่อไปนะครับ

(ขอขอบพระคุณ คุณชวลิต สุวัตถิกุล เอื้อเฟื้อข้อมูล)

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 54 March 2-8, 2011

 

 

Related posts:

  1. 10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 1 เมื่อทบทวนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้างในบ้านพักอาศัยของเราๆ ท่านๆ จะพบว่ามีเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ พบเจอกันบ่อยๆ เหมือนเป็นโรคร้ายประจำบ้านอยู่ 10 โรค ที่สำคัญก็คือเมื่อเกิดขึ้นทีไรก็เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจและลำบากกระเป๋าสตางค์ให้เราทุกครั้ง ซึ่งโรคทั้ง 10...
  2. 10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 2 สวัสดีครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาต่อเรื่อง “10 โรคยอดฮิตของบ้าน” ตอนจบกันเลยนะครับ โรคที่ 6  ปูนร่วงจากใต้ท้องพื้นเห็นเหล็กเสริมเป็นสนิม อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (พื้นเทคอนกรีตกับที่)...
  3. ภัย..ในอาคารบ้านเรือน ตอนที่ 2 เรามาต่อกันจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่ผมเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงภาพรวมอุบัติภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอาคารบ้านเรือนว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องใดบ้าง คราวนี้เรามาเจาะลึกกันที่ภัยที่เกิดขึ้นในบ้านพักอาศัยกันก่อนเป็นประเด็นแรกนะครับ พื้นที่ในบ้านที่จัดว่ามีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติภัยมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ ห้องครัว และห้องน้ำ จากการลื่นล้ม หกล้ม...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top