บ้านใจดี

ในต่างประเทศความพยายามในการรณรงค์ให้ผู้ออกแบบและเจ้าของอาคารให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยและผู้พิการเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานผ่านกฎหมายและข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานชัดเจน ทำให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ สามารถพึ่งพาตนเองและใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้อย่างเท่าเทียม

ในงานสถาปนิก 54 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการ “บ้านใจดี” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร  สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) สถาบันสร้างเสริมสุขภาพเพื่อคนพิการ (สสพ.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมให้สังคมสนับสนุนให้มีการออกแบบอาคารที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ที่เอื้อต่อคนทุกวัย ทุกลักษณะ ที่อาจจะมีความแตกต่างกันทางร่างกายไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้

พื้นที่แสดงการออกแบบบ้านจำลองขนาด 1 : 1 หรือเท่าของจริงให้ผู้เยี่ยมชมได้ทดลองเป็นผู้พิการชั่วคราวนั่งรถเข็นเข้าใช้พื้นที่ต่างๆ ภายในตัวบ้านตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องน้ำ และห้องนอนว่าในอนาคตหากสังขารร่างกายเราไม่เอื้ออำนวยแล้วหรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุในบ้านเราได้มีความสุขมากขึ้นแล้วไซร์ บ้าน “ใจดี” ที่เราต้องการควรจะมีสภาพเป็นอย่างไร

บ้านใจดี

สำหรับสาระสำคัญของบ้านใจดี  เริ่มต้นตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ควรออกแบบบ้านให้มีทางลาดชัน มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และความลาดชันไม่น้อยกว่า 1:12 ควรแยกสีให้แตกต่างกับผนังกันตก และควรหลีกเลี่ยงการใช้พรม เพราะเป็นอุปสรรคต่อรถเข็น ประตูควรมีช่องเปิดสุทธิกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. มีพื้นที่ว่างตอนหน้าและหลัง เพื่อให้เพียงพอสำหรับการสัญจรของรถเข็น ในกรณีที่ประตูเป็นแบบบานเปิดผลักเข้าออก ที่เปิด-ปิดประตูควรเป็นแบบก้านโยก ประตูที่ดีสำหรับคนทุกกลุ่มควรเป็นบานเลื่อนครับเพราะเปิดปิดได้สะดวก ไม่กินแรงและมีขนาดกว้างเพียงพอ

บ้านใจดี

เคาน์เตอร์ต่าง ๆ ในห้องครัวต้องมีความสูงและความลึกที่เหมาะสม เอื้อให้ทุกคนสามารถทำอาหารร่วมกันได้ เคาน์เตอร์ที่ดีต้องสูง 75 ซม. เพื่อให้พอดีกับระดับรถเข็น มีที่ว่างตอนล่างสุทธิ 60 ซม. และมีความลึกไม่น้อยกว่า 40 ซม. สำหรับห้องอาหารควรมีพื้นที่กว้าง และตอนล่างของโต๊ะอาหารต้องมีความโล่งให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นสามารถร่วมรับประทานอาหารกับสมาชิกในครอบครัวได้  รวมทั้งห้องนั่งเล่นต้องคำนึงถึงความสูงของที่นั่ง ตู้ ชั้นวางของต่าง ๆ ควรจัดให้ทุกคนสามารถเข้าถึง เน้นให้มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเท

บ้านใจดี

ส่วนห้องนอนการติดตั้งปลั๊กไฟและสวิตช์ ควรมีความสูง 90 ซม. มีสัญญาณฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือใกล้หัวเตียง และไฟใต้เตียงสำหรับเปิดตอนกลางคืนเพื่อนำทางสู่ห้องน้ำ  เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างตู้เสื้อผ้าควรมีความสูงของราวและความลึกของตู้ที่ทุกคนใช้ได้อย่างสะดวก โต๊ะเครื่องแป้งต้องมีที่โล่งตอนล่างสูง 60 ซม. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นใช้งานได้สะดวกครับ

ห้องน้ำเป็นจุดสำคัญของบ้าน เพราะมีผู้สูงอายุจำนวนมากประสบอุบัติเหตุในห้องน้ำอยู่ประจำ เริ่มต้น ประตูห้องน้ำควรเป็นบานเลื่อน เลี่ยงทำธรณีประตู เลือกวัสดุที่ไม่ลื่น และมีพื้นที่เพียงพอให้รถเข็นหมุนได้ ระยะที่เหมาะสมคือเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 ซม. เอื้อให้รถเข็นหมุนกลับได้ มีราวจับบริเวณโถส้วม ที่อาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำ ติดตั้งสูงจากพื้น 70-80 ซม. อ่างล้างมือควรสูงจากพื้นที่ถึงขอบอ่าง 75-80 ซม. เป็นอ่างล้างมือแบบแขวนหรือแบบเคาน์เตอร์โปร่ง เพื่อให้รถเข็นสอดเข้าไปได้ ก๊อกน้ำควรเป็นคันโยก มีสัญญาณฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือบริเวณโถส้วม ปุ่มกดควรมีสีแดง

บริเวณบ้านควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับวางกระถางต้นไม้ เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการมีกิจกรรมคลายเหงา และเป็นการสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้กับบ้าน เลือกสีโทนร้อนเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและหลีกเลี่ยงสีโทนเย็น เช่นสีฟ้า สีม่วง สีเทา สีเขียว เพราะไม่เหมาะกับคนสูงอายุที่มีปัญหาสายตาพร่ามัว

แนวความคิด “บ้านใจดี” ไม่ใช่เรื่องยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากมายแต่อย่างใด หากพวกเราตระหนักและให้ความสำคัญกับความจริงที่ว่า เมื่อถึงวันหนึ่งเราทุกคนก็จะต้องกลายเป็นผู้สูงอายุด้วยกันทุกคนครับ

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 53 February 23-March 1, 2011

ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top