การสอนงาน

การสอนงาน

เปลี่ยนปี พ.ศ.  หลาย ๆ ท่านก็มีเพื่อนร่วมงานคนใหม่  เป็นน้องใหม่ หน้าใส ๆ  ไม่เคยผ่านการทำงานที่ไหนมาก่อน ทำให้มีพนักงานชายจากส่วนงานอื่น ๆ เดินผ่านบ่อย ๆ (ขนาดที่ทำงานดิฉันเป็นสัดส่วนแยกจากชาวบ้านยังมีหนุ่ม ๆ มาเดินผ่านกันวันละหลาย ๆ รอบ) หรือเป็นเพื่อนใหม่ที่ผ่านการทำงานที่อื่นมาก่อน

แต่ไม่ว่าเพื่อนร่วมงานใหม่ของท่านจะเป็นแบบไหน   สิ่งที่หัวหน้างานต้องทำคือการสอนงาน(Coaching)  

การสอนงานนั้น จะว่าง่ายก็ไม่ใช่  จะว่ายากก็ไม่เชิงนะคะ  ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาดิฉันเปลี่ยนที่ทำงานมาประมาณ 4 – 5  ที่  แต่บอกได้อย่างเต็มปากว่า  มีหัวหน้างานที่สอนงานจริง ๆ แค่ 2 ที่  นอกจากนั้นต้องอาศัยการเรียนรู้และการถามด้วยตนเอง  ซึ่งเสียเวลาในการลองผิดลองถูกเป็นอย่างมาก   เหตุที่พนักงานเข้าใหม่ไม่ได้รับการสอนงานนั้น อาจะเป็นเพราะหัวหน้างานสอนงานไม่เป็น  ดึงศักยภาพของพนักงานออกมาไม่ได้  หรือเห็นว่าธุระไม่ใช่ ทั้ง ๆ ที่การสอนงานพนักงานใหม่จะช่วยทำให้การทำงานเข้าที่ได้เร็วขึ้น

การสอนงาน เท่าที่พิจารณาโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ การผลักดัน  และการดึง ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบที่ว่านี่ อยู่บนฐานคิดที่แตกต่างกัน   การสอนงานแบบผลักดันหมายความว่าหัวหน้างานจะทั้งผลักและดันเพื่อให้เกิดผลงานที่ต้องการโดยจะบอกแนวทางการทำงานและวิธีการทำงานอย่างชัดเจนส่วนรูปแบบ การดึง ก็เป็นการนำข้อดีของพนักงานออกมา  เช่น ความรู้  ความสามารถ โดยผู้สอนงานจะทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้คิดและรับฟังพร้อมทั้งช่วยเหลือโดยพนักงานต้องรับผิดชอบในผลงานที่เกิดขึ้น

นอกจากวิธีการสอนงานทั้งผลักและดึงแล้ว  ผู้สอนงานส่วนมากก็มักจะสอนงานให้กับพนักงานใหม่ผ่านการสั่งหรือบอกให้ทำ โดยจะให้ลองทำทีละขั้นตอนพร้อมกับดูแลอย่างใกล้ชิด  ฉะนั้นการสอนผ่านการสั่งนี้ จะคิดและบอกรายละเอียดของงานและตรวจสอบติดตามงานของพนักงานใหม่อย่างสม่ำเสมอ หากท่านถนัดในการสอนงานลักษณะนี้ อย่าลืมชมเชยพนักงานเมื่อเขาสามารถทำได้อย่างถูกต้องต่อหน้าเพื่อนพนักงานด้วยกันเพื่อสร้างกำลังใจในการทำงาน  แต่หากมีข้อผิดพลาดที่ท่านต้องสอนงานเพิ่มเติมท่านควรเรียกคุยเป็นการเฉพาะ

อีกวิธีการที่ผู้สอนงานนิยมใช้คือ การให้คำชี้แนะ โดยผู้สอนงานจะให้พนักงานใหม่ลองทำงานโดยมีผู้สอนงานช่วยวางแผนในการทำงาน  และร่วมกันพิจารณาผลงานชิ้นนั้นกับพนักงานใหม่  หากท่านถนัดใช้วิธีนี้ ท่านต้องเตรียมใจรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วย  เนื่องจากพนักงานใหม่ยังขาดประสบการณ์ แต่การสอนงานวิธีนี้ พนักงานใหม่จะไม่รู้สึกเกร็งและท่านเองก็ได้เรียนรู้การทำงานในมุมมองใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน

การให้คำปรึกษาเป็นพี่เลี้ยง ก็เป็นอีกวิธีที่ผู้สอนงานนิยมใช้ การสอนงานด้วยวิธีนี้ จะเน้นไปที่การคุยกับพนักงานใหม่ และการตอบข้อซักถามกันไปมาเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยระหว่างกัน โดยผู้สอนงานจะต้องตั้งคำถามที่ทำให้พนักงานใหม่คิดและสามารถพัฒนางานได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้สอนงานความระลึกอยู่เสมอว่า  กำลังทำหน้าที่พัฒนาคนคนหนึ่ง  จงช่วยดูแลพนักงานใหม่ดุจญาติมิตร  ดูแลเขาเสมือนเป็นพี่น้องกับท่าน   ควรเปิดโอกาสให้พนักงานใหม่ได้เป็นฝ่ายประเมินผลงานที่ทำ  ท่านควรชี้แนะโดยใช้เหตุผลเชิงประจักษ์  หลีกเลี่ยงการใช้ข้อสันนิษฐานของตนเอง  รวมถึงการยกตัวอย่างจริง หรือเข้าใจง่าย เพื่อสะดวกในการทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ  ท่านควรเป็นกระจกการสะท้อนให้พนักงานใหม่รับทราบโดยผู้สอนงานที่ดีควรจะสะท้อนผลลัพธ์ในเชิงบวก  สำหรับเชิงลบนั้นเป็นหน้าที่ของท่านที่จะค่อย ๆ ลดความผิดพลาด หรือทัศนคติเชิงลบของพนักงานใหม่ลง

การสอนงานนั้นหัวใจสำคัญคือ ความตั้งใจที่จะพัฒนาผู้อื่น  ไม่ใช่การคาดหวัง หรือต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของพนักงานใหม่  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะเกิดขึ้นต่อเมื่อพนักงานใหม่รู้สึกอยากเปลี่ยน  อยากพัฒนาตนเองก่อน  หากผู้สอนงานมีความคาดหวังสูงเกินไปอาจเกิดภาวะกดดันให้กับพนักงานใหม่ได้

การสอนงานอำนวยประโยชน์ให้มากมายนะคะ  ทำให้ท่านเข้าใจปัญหาที่พนักงานใหม่พบ  ส่งเสริมบรรยากาศในการทำงาน และทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกันและใช้เป็นโอกาสในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ขององค์กร  และหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่ดีให้เกิดขึ้น

พื้นที่หมดแล้ว สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ค่ะ =^_^=

S’ Magazine Issue  52  ( 16  February  2011 ) S’ Office  by: @supamas

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top