10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 2

สวัสดีครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาต่อเรื่อง “10 โรคยอดฮิตของบ้าน” ตอนจบกันเลยนะครับ

โรคที่ 6  ปูนร่วงจากใต้ท้องพื้นเห็นเหล็กเสริมเป็นสนิม

อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (พื้นเทคอนกรีตกับที่) จะเป็นอย่างนี้หลายที่ การที่ปูนใต้ท้องพื้นมีการหลุดร่อน หรือมีรอยร้าวเป็นเส้นทางยาวต่อๆ กัน หมายความว่า เหล็กเสริมด้านล่างของพื้นนั้นๆ น่าจะเป็นสนิม หรือความหนาของคอนกรีตที่หุ้มเหล็กไม่ได้มาตรฐานตามกำหนด ซึ่งทำให้ความชื้นซึมผ่านเข้าไปในตัวเหล็กเส้นนั้นๆ จนทำให้เกิดสนิมและบวมจนตัวผิวปูนให้กะเทาะออกมา รายร้าวเพราะเหล็กล่างเป็นสนิมนี้ จะทำให้พื้นนั้นๆ รับแรงดึงได้น้อยลง

รอยร้าวนี้หากเกิดเล็กน้อย วิศวกรอาจจะให้สกัดคอนกรีตบริเวณนั้นๆ ออกทำความสะอาดเหล็กแล้วเอา อีพ๊อกซี่ ฉาบเข้าไปแทน หากเป็นมาก วิศวกรก็จะต้องเสริมโครงสร้างใหม่เข้าไปช่วย (โดยทำความสะอาดของเก่าก่อน แล้วเอา non shrink cement หรือ ซีเมนต์ที่ไม่หดตัวฉาบเข้าไป) แต่หากเกิดจนเป็นอาการหนัก วิศวกรก็อาจจะให้ทุบ รื้อ และทำพื้นใหม่ในชั้นนั้นก็ได้ครับ

โรคที่ 7  การป้องกันปัญหาน้ำซึม และความร้อน หลังคาดาดฟ้า?

การทำพื้นดาดฟ้าไม่ให้รั่วและกันความร้อนได้นั้น น่าจะเริ่มที่วิธีการออกแบบอาคารครับ อาคารที่ต้องมีพื้นที่ดาดฟ้ามาก จนไม่สามารถเทคอนกรีตครั้งเดียวได้ (ซึ่งจะเกิดการรั่วซึมได้) และจะต้องทำระดับของ Slope ที่ห่างกันมาก (ทำให้สิ้นเปลืองปูนทราย หรือยุ่งยากตอนเทคอนกรีต) ก็น่าจะออกแบบดาดฟ้าให้มีพื้นที่ไม่มากนัก และมีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ข้อคิดเรื่องการป้องกันน้ำรั่วที่ดาดฟ้า

เทคอนกรีต ต้องเทครั้งเดียวจบ คอนกรีตต้องไม่หมดอายุ และต้องผสมน้ำยากันซึม โดยหลังคาต้องมีความลาดเอียง และมีระบบระยายน้ำอย่างพอเพียง/ ห้ามใช้พื้นสำเร็จรูป เด็ดขาด/ หากมีปัญหาการก่อสร้าง (ข้อ 1) ให้ทำระบบกันซึม/ ถ้ากลัวจะรั่วจริงๆ ก็ทำหลังคา-ครอบเข้าไปอีกชั้นเลย (แต่ต้องตรวจสอบเรื่องโครงสร้าง และกฎหมายก่อนนะครับ)

ข้อคิดเรื่องกันความร้อน

ให้วางแผ่น solar slab ลงที่พื้น เพื่อเป็นพื้น sandwich อีกชั้นก็ได้/ ติดฉนวนกันความร้อน ที่ฝ้าเพดาน/ ทำระบบกันความร้อนด้วยวัสดุวิทยาศาสตร์อื่นๆ เช่น ใช้ Vapour Barrier, คอนกรีตมวลเบา ฯลฯ/ เหมือนกรณีแรกถ้ากลังร้อนจริงๆ ก็ทำหลังคา-ครอบเข้าไปอีกชั้น เลยครับ

โรคที่ 8  บ้านร้อน อยากติดตั้งอุปกรณ์บังแดด ครับ?

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาออกแบบกันสาด หรือ อุปกรณ์บังแดด ได้แก่ ต้องคำนึงถึงความสามารถในการระบายอากาศ ทั้งภายนอกและภายใจอาคาร ได้โดยสะดวก ควรมีชายคาที่ยื่นยายออกมา เพื่อให้สามารถกันแดดได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเวลา 8 โมงเช้าจนถึง 4 โมงเย็น ต้องป้องกันไม่ให้ผนังหรือกระจกได้รับแสงแดดโดยตรง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงปริมาณของแสงสว่างที่จะนำเข้าสู่ภายในอาคารให้ได้อย่างพอเหมาะ นอกจากนี้วัสดุมุงกันสาดหรืออุปกรณ์บังแดด จะต้องมีความสามารถในการกันรั่วได้เป็นอย่างดี และมีความสวยงาน คงทนถาวร ควรระวังปัญหาอันเกิดจากการหลุดล่อน+ปลิว ของวัสดุมุงกันสาดหรืออุปกรณ์บังแดด เมื่อมีลมมาประทะแรงๆ ทั้งนี้ ก็ยังต้องดูความเหมาะสมว่า จะมีลักษณะที่สอดคล้องกับรูปทรงอาคารเดิมหรือไม่? รวมทั้งงบประมาณที่มีอยู่

อาจลองใช้เป็น ต้นไม้ หรือซุ้มไม้เลื้อย เป็นอุปกรณ์บังแดดก็ได้ครับ เพราะดูสดชื่น สดใสกว่าวัสดุก่อสร้างปกติที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

โรคที่ 9  ปัญหาส้วมเหม็นเวลาชักโครก?

ลองสังเกตว่า ท่อระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำท่าน มีถ้วยกันกลิ่น (trap) หรือเปล่า? หากไม่มี แล้วต่อท่อระบายน้ำ (west) ให้เป็นเส้นเดียวกับท่อส้วม (soil) เวลาเราชักโครก “ของเสีย” ทั้งหลายจะวิ่งไปตามท่อ กลิ่นก็อาจจะย้อนเข้ามาทางท่อระบายน้ำ (Floor Drain) (หอมฉุยเชียวครับ)

ทางแก้แบบง่ายก็คือ ใส่ trap หรือถ้วยกันกลิ่น ที่ท่อระบาย หรือเดินท่อเพิ่ม (แบบมีข้องอ) หรืออย่างยากก็คือ การเดินท่อระบาย แยกออกจากท่อส้วมด้วย ก็ยิ่งดีใหญ่ครับ (ความจริงแล้ว ต้องแยกท่อส้วมออกจากท่อระบายน้ำ เสมอ เป็นเรื่องต้องทำไม่ใช้ข้อแนะนำครับ !)

โรคที่ 10  บ่อเกรอะ-บ่อซึมมีน้ำจากภายนอกไหลซึมเข้ามาได้?

ระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ จะใช้ไม่ได้ผล เพราะพื้นดินทั่วไปเป็นดินเหนียว อีกทั้งระดับน้ำใต้ดิน ก็อยู่ต่ำกว่าผิดดินเพียงเล็กน้อย เมื่อใช้ส้วม น้ำที่ลงในถังส้วมไม่สามารถระบายออกไปได้ ทั้งนี้เพราะบ่อซึม-อยู่ในชั้นดินเหนียว ไม่สามารถซึมน้ำออกไปภายนอกได้ ทำให้น้ำยังคงขังในบ่อ ต้องรอระยะเวลาสักนิด เพื่อให้น้ำไหลออกไปได้

วิธีแก้ มี 2 วิธี คือ ยกระดับฝาบ่อเกรอะขึ้นมาให้สูงกว่าระดับผิวดินปกติ ประมาณ 30 ซม. แล้วยกระดับแท่นส้วมให้สูงกว่าระดับฝาบ่อเกรอะเล็กน้อย การยกเช่นนี้จะทำให้มีปริมาตรที่ว่างในถังเกรอะ (จากช่วงระดับน้ำปกติ กับ ระดับฝาบ่อเกรอะมากขึ้น) ทำให้น้ำจากส้วมมาพักอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจะค่อยๆ ปรับระดับ (ซึม) เข้าสู่ระดับน้ำปกติ

วิธีนี้มีราคาไม่แพง อีกทั้งการทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงหาช่างแถวบ้านก็สามารถทำได้ และไม่เลอะเทอะ ในขณะที่ทำก็กระทบต่อการใช้งานน้อย สามารถใช้งานได้เกือบตลอดเวลา

หรือวิธีที่สอง เปลี่ยนใช้ถังบำบัดสำเร็จรูป แบบที่มีขายทั่วไป แต่ในการติดตั้งก็ต้องระวังในเรื่องระรดับของฝาถังเช่นกัน หากฝาถังต่ำเกินไปน้ำอาจไม่ไหลออกสู่ท่อระบายน้ำ ตอนติดตั้งให้ถามช่างของผู้จำหน่ายอีกครั้ง แต่วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อีกทั้งต้องขุดดินฝังถังใหม่ ขณะที่ทำงานก็ต้องหยุดใช้ส้วมระยะหนึ่งประมาณ 3-5 วัน จนกว่าจะติดตั้งและตัดบรรจบท่อเสร็จ จึงสามารถใช้งานได้อีก แต่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาวครับ

หวังว่าแนวทางรักษาโรคยอดฮิตต่างๆ 10 ข้อนี้คงพอเป็นแนวทางง่ายๆ ให้ท่านผู้อ่านใช้แก้ไขปัญหาของบ้านท่านได้ด้วยตนเอง เหมือนเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะนำส่งโรคร้ายเหล่านี้ต่อไปยังบรรดาหมอบ้าน (สถาปนิก/ วิศวกร) เพื่อแก้ไขในรายละเอียดต่อไปครับ

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Chompunich, S Magazine Issue 52 February 16-22, 2011

ผศ.รัชด ชมภูนิช คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

Related posts:

  1. 10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 1 เมื่อทบทวนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้างในบ้านพักอาศัยของเราๆ ท่านๆ จะพบว่ามีเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ พบเจอกันบ่อยๆ เหมือนเป็นโรคร้ายประจำบ้านอยู่ 10 โรค ที่สำคัญก็คือเมื่อเกิดขึ้นทีไรก็เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจและลำบากกระเป๋าสตางค์ให้เราทุกครั้ง ซึ่งโรคทั้ง 10...
  2. ส้วม…หลังน้ำท่วม เรื่องทุกข์ของการ (ขับ) ถ่ายทุกข์ในสภาพบ้านน้ำท่วมเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่ประสบทุกข์อยู่ในปัจจุบัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติเป็นกิจวัตร ถ้าเป็นทุกข์เบาก็คงไม่ลำบากมากนัก พอจะปล่อยๆ ให้ไหลไปตามน้ำ (ท่วม) ได้ แต่เรื่องทุกข์...
  3. The Sixth Sense ตอนที่ 1 The Sixth Sense ตอนที่ 1 รายการ S Magazine โดย สุรนันทน์...
  4. The Sixth Sense ตอนที่ 2 The Sixth Sense ตอนที่ 2 รายการ S Magazine โดย สุรนันทน์...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top