10 โรคยอดฮิตของบ้าน ตอนที่ 1

เมื่อทบทวนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและก่อสร้างในบ้านพักอาศัยของเราๆ ท่านๆ จะพบว่ามีเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ พบเจอกันบ่อยๆ เหมือนเป็นโรคร้ายประจำบ้านอยู่ 10 โรค

ที่สำคัญก็คือเมื่อเกิดขึ้นทีไรก็เป็นสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจและลำบากกระเป๋าสตางค์ให้เราทุกครั้ง ซึ่งโรคทั้ง 10 โรคนี้เป็นข้อมูลที่รวบรวมขึ้นโดยกลุ่ม “หมอบ้าน” หรือสถาปนิกอาสาที่มาให้บริการคำแนะนำและให้คำปรึกษาเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัยในงาน “สถาปนิก” ของสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประจำทุกปี เราลองมาดูกันครับว่ามีโรคอะไรกันบ้างและเราจะแก้ไขได้อย่างไรครับ

โรคที่ 1  หลังคาบ้านวางทำมุมอย่างไรถึงจะไม่รั่ว?

การออกแบบความลาดชันของหลังคาจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำหลังคา และความยาวของผืนหลังคา ไม่ใช้ตามความสวยงามอาคารตัวอย่างเช่น

-                   กระเบื้องลอนคู่, ลูกฟูก, ลอนใหญ่ เค้าบอกว่าอยู่ที่ 10 องศา สำหรับบ้านทั่วๆไป  แต่แนะนำให้ใช้ 12 องศา หรือ 15 องศา ขึ้นไปครับ

-                   โมเนีย (กระเบื้องซีเมนต์) เค้าบอกว่าใช้ที่ 25 องศา สำหรับบ้าน แนะนำว่าใช้ที่ 35 องศาขึ้นไปปลอดภัยกว่าครับ

-                   หลังคาลอน-เหล็ก เค้าบอกว่า 5 องศา  แนะนำที่ 10 องศา ขึ้นไปครับ

-                   หลังคา ค.ส.ล. เขาบอกว่า ไม่ต้องมี slope  แนะนำว่า ทำที่ 1:50 จะปลอดภัยกว่าครับ

อันนี้เป็นในแง่เทคนิคเท่านั้นครับ ลาดมากก็ยิ่งดีครับ น้ำไหลสะดวก แต่ต่อให้ลาดได้ตามคำแนะนำ ก็ไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่าน้ำไม่รั่ว เพียงแต่โอกาสน้ำรั่วน้อยลง และการปูแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม รองใช้แผ่นวัสดุมุงหลังคา ด้วยวิธีการที่ถูกต้องก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสการรั่วของน้ำฝน อีกทางหนึ่งครับ

โรคที่ 2   น้ำรั่วรอยต่อบริเวณวงกบกับผนังแก้ปัญหาอย่างไรดีครับ?

ให้เอาวัสดุยาแนวเช่น ซิลิโคน หรือ อะครีลิค ยิงอุดตรงรอยต่อของวงกบด้านนอก จะง่ายที่สุดครับ อยู่ได้ประมาณ 2-4 ปีครับ หรือวิธีแก้ปัญหานี้อีกทางหนึ่ง คือ ให้เสริมปีกนก หรือ กันสาด บริเวณเหนือหน้าต่างนี้ครับ เพื่อลดปริมาณน้ำฝนที่สาดเข้ามาที่ผนังด้านนี้ หรือถ้าทำไม่ได้ เช่น มีปัญหาเรื่องเขตที่ดิน วิธีที่น่าจะพอแก้ได้ คือ ทำบัวกันน้ำ เหนือขอบหน้าต่างด้านบน โดยอาจใช้แผ่นสังกะสีพับ ยื่นไม่น้อยกว่า 15 ซม. ติดเหนือหน้าต่าง และงอปลายสังกะสีพับเป็นมุมดิ่งลงมา เพื่อเป็นบังใบกันน้ำให้หน้าต่างจะช่วยบรรเทาปัญหาได้มากทีเดียวครับ

โรคที่ 3  ผนังทาสีเกิดการหลุดร่อนจากความชื้นใต้ดิน แก้ไขอย่างไรครับ?

หากสาเหตุมาจากความชื้น ที่ขึ้นมาจากใต้พื้นดิน (คือ ไม่ใช้ดินด้านนอกบ้าน ถมสูงกว่าผนัง) มีวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้ได้ผล ก็คือ สกัดผิวปูนฉาบช่วงฐานผนังออก..ให้ถึงเนื้ออิฐ ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสอิฐที่มีน้ำชุมนี้ หายใจระบายเอาความร้อนออกได้ ส่วนการประดับตกแต่งฐานผนังที่สกัดปูนฉาบออกแล้วนี้ ก็ คือ การทำบัวที่มีรูระบายอากาศเยอะๆ บังเข้าไป เช่น ตีไม้เป็นซีกๆ เป็นต้น

ลักษณะที่อธิบายนี้ เป็นวิธีการเดียวกันกับ ที่เข้าใช้อนุรักษ์โบราณสถานครับ

แต่หากความชื้นสูงมาก คือ ตัวอิฐชุ่มน้ำเลย วิธีการแก้ไข (หากไม่คิดจะถมบ้านสูง) ก็คงต้องรื้อผนังส่วนที่ชุ่มน้ำออก แล้วก่ออิฐใหม่เข้าไป โดยให้ใส่แผ่นทองแดง หรือแผ่นยาง ตลอดแนบฐานผนังก่อนจะก่อส่วนใหม่ครับ เพื่อกันไม่ให้ความชื้นขึ้นมาส่วนบนของผนังได้ แต่หากความชื้นมาจากดิน ที่ถมสูงข้างผนังด้านนอก ก็ต้องหาทางตัดความชื้นจากดิน โดยขุดร่องดินให้กว้างสัก 30-50 ซม. แล้วเอาท่อที่เจาะรูพรุน (ทำเหมือนร่องระบายน้ำ) วางไว้ แล้วเอากรวดมาถมก็ช่วยลดความชื้นได้บ้างครับ

โรคที่ 4  ปัญหาเรื่องการต่อเติมบ้าน

หลักการที่สำคัญที่สุดสำหรับการต่อเติมอาคารคือ อาคารใหม่จะต้องไม่มีส่วนใดที่สัมผัสกับอาคารเดิม จะต้องแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด แม่แต่ท่อน้ำ หากจะเชื่อมต่อกัน ก็ต้องใช้ข้อต่อชนิดยืดหยุ่นที่เรียกว่า Flexible Joint เชื่อมต่อกัน

เหตุผลก็คือ ระหว่างอาคารเดิมและอาคารใหม่ จะมีอัตราการทรุดตัวไม่เท่ากัน แม้ว่าอาคารแต่ละหลังจะใช้เสาเข็มยาวเท่ากันก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจาก ผลการทรุดตัวของเสาเข็มซึ่งมีอัตราการทรุดตัวไม่เท่ากันตามระยะเวลาในการก่อสร้างอาคาร (มีความหมายว่า โครงสร้างทั้งสองส่วน ต้องแยกกันอย่างเด็ดขาด คิดง่ายๆ ก็คือ อาคารทั้งสองหลังสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยแม้จะไม่มีอีกหลังหนึ่งแล้วก็ตาม ซึ่งรวมถึงส่วนวัสดุสถาปัตยกรรม เช่น วัสดุปูพื้น ฝ้าเพดาน และผนังอาคารก็ตามแยกส่วนอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกันครับ

โรคที่ 5  ปัญหารอบร้าวเฉียงๆ ที่ผนังมุมซ้ายล่างไปมุมขวาบนอันตรายไหมครับ

ปัญหารอยร้าวเฉียงๆ นี้ จะเห็นเป็นรอยเกิดขึ้นที่ผนังของอาคารบางทีก็เป็นเพียงเส้นเล็กๆ หลายๆ เส้น ต่อกันเป็นแนว แต่สังเกตได้ว่า รอยเหล่านี้จะต่อกันเป็นเส้นทแยงมุม การเกิดรอยร้าวแบบนี้ แสดงว่า โครงสร้างของอาคารเกิดการ “บิดตัว” เพราะเสาของอาคาร อาจจะมีการทรุดตัวไม่เท่ากัน หากพบเห็นอาการแบบนี้ ถ้าใหญ่มาก ก็วิ่งไปหาวิศวกร หากยังเป็นรอยเล็กอยู่ ก็ต้องตรวจสอบพฤติกรรมการทรุดบิดตัวต่อเนื่องโดยการขีดเส้นบริเวณปลายของรอยร้าว และบันทึกวันที่เอาไว้ ควรตรวจสอบบ่อยๆ หากมีการขยายตัว (ทั้งกว้าง หรือยาว) และเป็นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าอาคารมีอาการทรุดตัวไม่หยุด ก็ต้องวิ่งไปปรึกษาวิศวกร (อีกแล้ว) ละครับ

เนื้อที่หมดพอดีครับ คราวหน้าเรามาต่อกันที่ 5 โรคยอดฮิตสุดท้ายที่มักเกิดกับบ้านของท่านกันนะครับ

 

S Decor by Asst.Prof.Ratchot Compunich, S Magazine Issue 51February 9-15, 2011

ผศ.รัชด  ชมภูนิช  คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์

 

Related posts:

  1. The Sixth Sense ตอนที่ 1 The Sixth Sense ตอนที่ 1 รายการ S Magazine โดย สุรนันทน์...
  2. The Sixth Sense ตอนที่ 2 The Sixth Sense ตอนที่ 2 รายการ S Magazine โดย สุรนันทน์...

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top