พงษ์นรินทร์ อนันต์เวชรักษ์ “ตัดแว่นอย่างถูกวิธี”

พงษ์นรินทร์ อนันต์เวชรักษ์

เจ้าของร้าน SUNGLASS HUT

ตัดแว่นอย่างถูกวิธี

พงษ์นรินทร์ อนันต์เวชรักษ์

สุรนันทน์ : หากผมจะไปตัดแว่น ผมเดินเข้าไปร้านแว่น ต้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พงษ์นรินทร์ : อย่างน้อยก่อนที่เราจะมาที่ร้านแว่น เราต้องสังเกตตัวเองว่า เรามีอาการตาพล่ามัวหรือเปล่า หรือว่ามีอาการปวดหัวมาเป็นเดือนๆ หรือว่ามีอาการปวดกระบอกตา แล้วก็ปวดที่ระหว่างหัวคิ้วหรือเปล่า

สุรนันทน์ : อย่างผมตอนอายุ 40 ปวดหัว แล้วก็ไปที่ร้านแว่น เขาบอกสายตายาว

พงษ์นรินทร์ : ก่อนวัย 40 เราไม่ต้องใส่แว่นตา เราสามารถมองได้ทั้งใกล้และไกล คือคนที่ไม่มีค่าสายตา ก็ไม่ต้องใส่แว่นก่อนที่เราจะอายุ 40 เราจะใส่ก็ต่อเมื่อพอเราอายุ 40 แล้วหรือเรามีปัญหาสายตา

สุรนันทน์ : แล้วทำไมต้อง 40 ครับ

พงษ์นรินทร์ : โดยปกติอาจจะเป็นได้ก่อนหรือหลัง แต่ว่าค่าเฉลี่ยของคนส่วนมาก อยู่ที่ประมาณ 40 ปี คือลักษณะในการมองระยะใกล้ เราไม่สามารถที่จะอ่านหนังสือได้เหมือนเดิม หรือเวลาเราอ่านหนังสือในระยะใกล้ภาพไม่คมชัด

สุรนันทน์ : สายตายาวล่ะครับ

พงษ์นรินทร์ : จะเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งคนจะสับสนระหว่างสายตายาว กับสายตาผู้สูงอายุ โดยปกติคนที่มีสายตาปกติ กระบอกตาเขาจะมีขนาดที่เป็นปกติ ซึ่งแสงผ่านกระบอกตาที่มีขนาดปกติ ไปตกที่จอรับภาพพอดี แต่กรณีที่สายตา คือแสงผ่านกระบอกตาที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือเลนส์ตาของเรามีความโค้งมากกว่าปกติ หรือกระจกตาของเรามีดวามโค้งมาก หรือเลนส์ตามีความนูนมากว่าปกติ คือเป็นได้ตั้งแต่เด็ก คือเขาจะใช้แว่นอันเดียวมองได้ทั้งไกลและใกล้ แต่สายตายาวในลักษณะคนที่มีกระบอกตาเล็กกว่าปกติ แสงที่ผ่านกระบอกตาที่ขนาดเล็กกว่าปกติ ไปตกที่ด้านหลังของจอรับภาพ โดยปกติคือสายตายาว แต่โดยปกติที่ไม่ค่อยพบ เนื่องจากว่าคนที่มีกระบอกตาเล็ก ส่วนมากจะเกิดกับคนยุโรป จึงทำให้เราสับสนระหว่างสายตายาว กับสายตาผู้สูงอายุ

สุรนันทน์ : ผู้สูงอายุหมายความว่าอย่างไรครับ

พงษ์นรินทร์: โดยปกติสายตาสั้น และสายตายาว เราเกิดมาจนอายุ 40 แล้วเราอาจมีสายตาร่วม คือสายตาของผู้สูงอายุในลักษณะมองใกล้

สุรนันทน์ : ปวดเหมือนกันไหม

พงษ์นรินทร์: อย่างสายตาสั้น บางครั้งเราจะไม่มีอาการปวดร่วมด้วย แต่ว่าเราจะมองภาพระยะไกลไม่ชัด แต่ในกรณีสายตายาว ในกรณีของคนที่อายุก่อน 40 อาจจะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย ซึ่งเกี่ยวกับค่าสายตา เนื่องจากว่า เราอาจจะมีการเพ่งเพราะว่า ภาพที่ตกตรงจอข้างหลังรับภาพ เมื่อเราเพ่งอาจจะทำให้เกิดการปวดกระบอกตาได้ ส่วนกรณีที่สายตาเอียง อาจจะเกิดร่วมกับสายตาสั้น สายตายาวได้ สายตาเอียงจะขึ้นอยู่กับว่าเราเอียงมากหรือเอียงน้อย และอาจจะมีอาการสายตาพร่ามัวได้

สุรนันทน์ : ฉะนั้นถ้าเกิดปวดหัวหรือมองอะไรพร่ามัว สมมติว่าไปหาหมอไม่หายสักที หมออาจจะส่งไปจักษุแพทย์

พงษ์นรินทร์: จะไปพบหมอเราต้องมีการสังเกตลักษณะของชีวิตประจำของเราว่า เรามองอะไรไกลๆ ไม่ชัดหรือเปล่า หรือว่าเรามีอาการปวดตา ปวดกระบอกตา ในลักษณะสายตาพร่ามัว ถ้าเรามีลักษณะอาการอย่างนี้ เราก็สามารถที่จะไปตรวจเพื่อวัดสายตา แล้วผู้ที่ตรวจวัดสายตา เราก็จะตรวจวัดดูว่าเรามีค่าสายตาที่ทำให้เกิดการปวดกระบอกตา แต่ถ้ากรณีที่เรามีการวัดสายตาแล้ว มีการใส่เลนส์แล้ว ไม่ทำให้ค่าสายตาดีขึ้น อันนี้เราก็จะแนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการรักษาโรคตาต่อไป อันนี้ก็เป็นการเช็คสภาพตัวเราเอง

สุรนันทน์ : เดี๋ยวนี้ไปที่ร้านแว่นที่ไหนก็มีเครื่องตรวจวัด จริงๆแล้ววัดอะไร

พงษ์นรินทร์: เครื่องวัดสายตาโดยปกติ ก็จะเป็นการคำนวณเบอร์คร่าวๆ ก็คือลักษณะการคำนวณค่าของสายตาโดยคอมพิวเตอร์ แต่หลังจากนั้นแล้วเราจะต้องมีการตรวจวัดจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะค่าของสายตาอาจจะมีความผิดพลาดได้ แต่ต้องอาศัยทักษะของผู้ประกอบและวัดสายตา

สุรนันทน์ : เวลาที่เราไปวัดสายตา แล้วเขามีตัวเลขเล็กๆ ออกมา จะบอกอะไรได้บ้าง

พงษ์นรินทร์: สมมุติว่าเราเริ่มต้น เราเข้าไปร้าน ก็ต้องแจ้งอาการที่มีปัญหา ผู้ที่วัดสายตาหรือประกอบสายตา ก็จะถามอาการเบื้องต้น เพื่อที่จะเช็คว่า เรามีอาการเนื่องจากอะไร และเป็นลักษณะอาการของสายตาประเภทไหน จากนั้นผู้ทำการวัดสายตา ก็จะทำการไปตรวจวัดสายตา แล้วเขาจะแจ้งเราว่าเราเป็นสายตาประเภทไหน หรือว่าเราต้องใช้แว่นชนิดไหน และลักษณะการแนะนำของเขา เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันแค่ไหน

สุรนันทน์ : อะไรที่ทำให้บอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ

พงษ์นรินทร์: ลักษณะของผู้เชี่ยวชาญคือ หนึ่งสามารถที่จะแก้ปัญหาให้เราได้ และหลังจากแก้ปัญหาให้เราแล้ว ก็จะประกอบแว่นสายตา และหลังจากที่เราสวมแว่นแล้วเรามีความสบาย

สุรนันทน์ : แต่ใครก็ทำได้ไม่ใช่หรือ และจะรู้ได้อย่างไรว่าของจริง คุณมีใบรับประกันอะไร

พงษ์นรินทร์: หลังจากสวมแว่นแล้วจะรู้สึกสบายขึ้น อาการที่เรากล่าวมาข้างต้นหายไปบ้างหรือเปล่า คือเราไม่ปวดหัวไม่ปวดกระบอกตา สายตาไม่พล่ามัว ถ้าสบายในเวลาใส่ อันนี้ก็เป็นการตอบโจทย์

สุรนันทน์ : ต้องไปเรียนมาจากที่ไหนหรือเปล่า ถึงมาประกอบวิชาชีพนี้ได้

พงษ์นรินทร์: สมาคมการแว่นตาแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดอบรมหลักสูตรเพื่อที่จะวัดค่าสายตา และประกอบเลนส์ให้กับผู้มีปัญหาทางด้านสายตาก่อนที่จะไปพบจักษุแพทย์

สุรนันทน์ : จำเป็นไหมเจ้าของร้านแว่นต้องไปเรียน

พงษ์นรินทร์: ถ้าย้อนกลับไปในอดีตเจ้าของร้านแว่นส่วนใหญ่ จะเป็นลักษณะความสามารถจากพ่อสอนถึงลูก และก็ไปอบรมเพิ่มเติม การทำร้านแว่นในอดีตต้องยอมรับว่า เป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญ และในอนาคตก็ต้องยอมรับบุคคลากรที่ใหม่ๆ ขึ้นมา จัดอบรมหลักสูตร เพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้ไปจัดการศึกษา และตอบปัญหาคนที่มีปัญหาด้านสายตา ส่วนสมาคมแว่นตาแห่งประเทศไทย รับรองในลักษณะผู้ที่ได้รับการอบรมหลักสูตรแล้ว สามารถที่จะไปตรวจวัดหรือประกอบสายตาได้ ส่วนในต่างประเทศลักษณะของกฏหมายจะเข้ามาในลักษณะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ถึงสามารถทำการตรวจวัดสายตาได้

สุรนันทน์ : เมื่อผมไปตรวจวัดสายตา แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า อันไหนถูกอันไหนแพง

พงษ์นรินทร์: ก่อนที่เราจะเข้าร้านแว่น อย่างน้อยเราต้องมีการศึกษาวางแผนการใช้กรอบแว่นว่า เรามียี่ห้อที่ถูกใจหรือแบบที่ถูกใจหรือเปล่า ส่วนเลนส์เราต้องขอความรู้จากคนในครอบครัว หรือคนที่รู้จัก หรือว่าเพื่อนแนะนำว่าเลนส์ชนิดไหนดี จากประสบการณ์ที่เขาสวมแว่น

สุรนันทน์ : เลนส์มีหลายชนิดหรือ

พงษ์นรินทร์: เลนส์ก็เหมือนสินค้าชนิดหนึ่ง ที่มีคุณภาพที่ดีและคุณภาพที่ไม่ดี อย่างเลนส์เราต้องศึกษาก่อนว่า เราจะใช้โครงสร้างแบบไหนดี และเลนส์ของบริษัทไหนที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก เขาจะมีใบรับรองว่าเขาได้ใช้เลนส์ที่มีคุณภาพ ผ่านการทดสอบจากสมาคม จริงๆ แล้วเราจะขอคำปรึกษาจากร้านแว่นได้ทั่วไป และเราก็เช็คราคาของเลนส์ที่ร้านว่าเป็นยี่ห้ออะไร ราคาเท่าไหร่ และเราก็สามารถเปรียบราคาได้ว่าดีสมกับราคาที่เขาขอหรือเปล่า  เราก็ต้องมีงบประมาณพอที่จะจ่ายค่าเลนส์เท่าไร ค่ากรอบเท่าไร แต่จริงๆ แล้วเราจ่ายค่าเลนส์ในลักษณะที่มากหน่อย แต่กรอบถูกหน่อย เราก็อาจจะได้คุณภาพที่ดีหน่อย ใช้ได้ดีขึ้น ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้น

สุรนันทน์ : ถ้าผมไปหาคุณพงษ์ คุณพงษ์จะคุยอะไรกับผม

พงษ์นรินทร์: จะต้องถามก่อนว่ามีปัญหาด้านอะไรมา แล้วในปัญหานั้นเราสามารถแก้ไขได้ในร้านแว่นหรือเปล่า ถ้าเราสามารถแก้ไขได้ในร้านแว่น เราก็จะมีการตรวจวัดสายตา หลังจากที่เราทราบเบอร์เลนส์ เราก็สามารถเสนอเลนส์ที่เหมาะกับปัญหาของผู้บริโภค เราก็จะมีแบรนด์ต่างๆให้เขาเลือก หรือลักษณะโครงสร้างของเลนส์ในแต่ละยี่ห้อเหมาะสมกับค่าสายตาของเขาหรือเปล่า และผมก็จะบอกคุณภาพของเลนส์ และลักษณะของการใช้งาน

สุรนันทน์ : จำเป็นที่จะเป็นแบรนด์ไหมครับ

พงษ์นรินทร์: ขึ้นอยู่กับว่าเลนส์มีคุณภาพดีไหม เราสามารถเลือกหาได้จากคุณภาพของเลนส์ บางยี่ห้อเขาได้รับการรับรองจากทางยุโรปว่าเลนส์สามารถปกป้องดวงตาของเราได้ 100 %

สุรนันทน์ : ถ้าผมซื้อแว่นกับคุณพงษ์มาแล้ว บางทีใช้ๆไปมีรอยขีดข่วนควรจะดูแลเลนส์อย่างไร

พงษ์นรินทร์: หลังการใช้งานทุกครั้ง ควรจะมีการเช็ดทำความสะอาดเก็บใส่กล่อง ถ้ากรณีที่ไม่มีคราบไขมันหรือโปรตีนมาก ก็สามารถใช้ผ้าที่เขาให้มาได้ ส่วนในกรณีที่มีคราบไขมันหรือโปรตีนสะสม เราก็ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วใส่แชมพูอ่อนๆ ซึ่งเป็นการขจัดคราบไขมันและโปรตีน แล้วเช็ดให้แห้งก่อน ค่อยเก็บเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพเลนส์ รวมทั้งการใส่กล่องที่ร้านค้าให้มาเป็นการป้องกันเลนส์ไม่ให้เป็นรอย ซึ่งส่วนมากถ้าเลนส์เป็นรอยก็จะทำให้คุณภาพของเลนส์ต่ำลงด้วย

S People by Suranand Vejjajiva, S’Magazine Issue  46 January 5-11, 2011

 

No related posts.

Share this story

Comments are closed.

Copyright © 2012 Bangkok Voice News, Blog and Internet TV. All rights reserved.Top